กรณีศึกษาเมื่อมองโลกด้วยแว่นตาสีเทา โรคซึมเศร้าในมนุษย์เงินเดือน

วันที่: 24 ก.ค. 2562 13:30:42     แก้ไข: 28 ม.ค. 2563 13:24:30     เปิดอ่าน: 621     Blogs
เพราะในวัย 35-50ปี อาจจะเป็นช่วง Middle crisis หรือวิกฤติชีวิตวัยกลางคน ที่ใครหลายๆคนในช่วงอายุดังกล่าวต้องแบกรับความกดดัน ทั้งจากในเรื่องหน้าที่การงาน หนี้สิน ปัญหาทางบ้านและปัญหาสุขภาพที่เริ่มถามหาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อไม่ไหวบอกไหว และเพราะเป็นผู้ใหญ่จึงเจ็บปวด เมื่อทั้งความเครียดและความกดดันที่สะสมไว้ภายใน ที่เราพยายามแบกรับไว้จนถึงจุดที่จิตใจไม่อาจทนรับได้ไหว กลไกของสมองจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปจนอาจทำให้เราเปลี่ยนจากการมองโลกที่เคยสดใส ทำให้ทุกอย่างกลับกลายเป็นการมองผ่านแว่นตาสีเทา

ในวันที่มองโลกผ่านแว่นตาสีเทา
โลกของผู้ป่วยซึมเศร้านั้นมักจะเป็น "สีเทา" การมองโลกและความรู้สึกนึกคิดมักจะบิดไปในแง่ร้าย มองไปทางไหนก็ไม่มีความสุข ความกังวลใจจะมีในทุกเรื่อง จนทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข จนพยายามจะเริ่มหาวิธีให้หลุดพ้นจากแว่นตาสีเทาที่ใส่อยู่

ถ้าโรคมะเร็งเป็นลักษณะของโรคร้ายทางกายภาพที่ค่อยๆกัดกินทำลายสมรรถนะในการทำงานของร่างกาย “โรคซึมเศร้า” ก็คงเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนทำลายสภาพจิตใจไม่ต่างจากกัน โดยข้อมูลของกรมสุขภาพจิตในปี 2561 ที่ผ่านมามีการเปิดเผยตัวเลข จำนวนผู้ป่วยซึมเศร้าในประเทศไทยที่สูงถึง 1.5 ล้านคน โดยมีผู้ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายจากภาวะดังกล่าว 1 คน ในทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยปัจจุบันอัตราผู้ป่วยซึมเศร้ากว่า 300 ล้านคนทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเฉลี่ย 35-50 ปีขึ้นไป

เมื่อ "โรคซึมเศร้า" โจมตีเรา
เมื่อภาวะซึมเศร้านั้นคือ “โรค” ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยการใช้ยาและวินิจฉัยจากจิตแพทย์ 

ฉะนั้นผู้ที่จะบอกได้ว่าเราอยู่ในภาวะนี้หรือไม่นั้นคือแพทย์ เพราะในบางครั้งที่เราเกิดภาวะซึมเศร้าในจิตใจตนเองขึ้นมา เราก็มักจะคิดและวินิจฉัยเอาเองว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้า
เพราะจุดสำคัญผู้ที่ป่วยเป็น "โรคซึมเศร้า" จริงๆนั้นมักจะไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้ตัวก็มาถึงปลายทางที่โรคซึมเศร้านั้นเข้าทำลาย จนเกิดความเสียหายและผลร้ายต่อตนเองและคนรอบข้าง

เมื่อ "ป่วย" แต่ไม่ยอมรับว่าป่วย จุดตระหนักรู้และยอมรับในการเป็นโรคซึมเศร้าของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนนั้นรู้ตัวตอนเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย อาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ลูกน้องในความผิดเล็กๆน้อยๆ บางคนรู้ตัวตอนคนรอบข้างเริ่มมองด้วยสายตาที่สงสัยและไม่เข้าใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป บางคนเริ่มรู้ตัวตอนนั่งคุยและร้องไห้กับต้นไม้ แต่บางคนก็สายเกินไปที่จะมีโอกาสได้รู้ตัว

เมื่อต้องร่วมงานกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
เพราะซึมเศร้านั้นคือโรคที่สารเคมีในสมองที่ชื่อว่า "เซโรโทนิน" นั้นผิดปกติ การใช้ยาและรักษาตามคำแนะนำของแพทย์นั้นช่วยให้โรคนี้หายได้ โดยใช้ระยะเวลาในการปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้น
ในฐานะเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน สิ่งสำคัญที่เราต้องให้นั้นคือ "ความเข้าใจ" และให้ "เวลา"

เพราะผู้ที่ป่วยซึมเศร้านั้นส่วนใหญ่ไม่ต้องการคนปลอบใจ แต่ขอมีเพียงคนที่ไว้วางใจได้ เพื่อที่จะได้ระบายความทุกข์สาหัสในจิตใจนั้นออกมา ฉะนั้นสิ่งสำคัญของการเป็นเพื่อนร่วมหรือหัวหน้างานที่ต้องทำงานร่วมกับผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้านั้น ก็คือการฟังด้วยความเข้าใจและไม่ตัดสิน ให้โอกาสและให้อภัยในวันที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นทำผิดพลาดไป เพียงเท่านี้ก็คงจะไม่ยากเกินไปที่จะทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและโหดร้ายนี้ไปด้วยกัน

#เพราะสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน คือ การฟังอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน
อ้างอิง : www.dmh.go.th, www.honestdocs.co.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ  3 องค์ประกอบ  ได้แก่
1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่?
2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน
3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง
จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? New

เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่? 2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน 3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง

The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม  พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน

The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ 
ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง
The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ

ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง

ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม New

การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

Happy New Year 2021 ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า
Happy New Year 2021

ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 . หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ . เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ . เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง