คณะละครสัตว์ดัง เซิร์ค ดู โซเลย์ ประกาศล้มละลายแล้ว!

วันที่: 21 ก.ค. 2563 16:26:57     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 16:31:19     เปิดอ่าน: 1,668     Blogs
คณะละครสัตว์ดัง เซิร์ค ดู โซเลย์ ประกาศล้มละลายแล้ว!

เป็นหนึ่งในเคสที่ทำให้ผมใจหายช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้เลย
แม้ว่าผมไม่ได้เป็นแฟนพันธ์ุแท้ หรือเคยดูโชว์ของเขาก็ตาม

แต่มีความผูกพันแบบบางๆ เพราะคณะโชว์นี้ เคยเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ดีของการปรับกลยุทธ์ในแบบนวัตกรรมเพื่อเข้าสู่น่านน้ำใหม่ หรือ ที่เราคุ้นกันดีในชื่อ Blue Ocean Strategy นั่นเอง

"เซิร์ค ดู โซเลย์” แปลว่า “คณะดวงตะวัน” เป็นคณะละครสัตว์ดาวเด่นในระดับที่เรียกว่า ใช้เวลาก่อตั้งแค่ 20 ปี ก็ทำรายได้เทียบเท่า คณะละครสัตว์ของบานัม (Ringling Bros. and Barnum & Bailey) ซึ่งใช้เวลามากกว่าร้อยปี โดยการแสดงของคณะนี้ได้ปรากฏต่อสายตาของชาวโลกมากกว่าหลายร้อยล้านคู่มาแล้ว จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจของแคนาดาเลยครับ

ที่สำคัญ "เซิร์ค ดู โซเลย์” คือ คณะละครสัตว์ที่ไม่มีสัตว์แต่อย่างใด!

ก่อนจะต้องยอมแพ้กับวิกฤตในครั้งนี้ ในอดีต เซิร์ค ดู โซเลย์ เคยผ่านช่วงเวลาวิกฤตของอุตสาหกรรมละครสัตว์ ซึ่งเกือบถูก disrupt จากพฤติกรรมของผู้คนที่ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

เด็กๆ ยุคใหม่ๆ หันมาเล่นเกม มีกิจกรรมยามว่างหลากหลาย ขณะที่กลุ่มพิทักษ์สัตว์ก็จับจ้อง และต่อต้านการนำสัตว์มาแสดงละครสัตว์มากขึ้น จนตลาดเดิมๆ ของคณะละครสัตว์มีแต่จะเล็กลงเรื่อยๆ และแข่งขันกันสูงขึ้นในอุตสาหกรรมนี้

แต่สองหนุ่ม Gilles Ste-Croix และ Guy Laliberte ซึ่งเติบโตมาจากการแสดงกายกรรมข้างทาง มองเห็นโอกาสบางอย่าง และร่วมกันก่อตั้งคณะละครสัตว์นี้ และสร้างปรากฏการณ์ ในแบบนวัตกรรมของวงการละครสัตว์ขึ้นมา จนกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาของการวางกลยุทธ์แบบน่านน้ำสีคราม หรือ Blue Ocean Strategy ที่เป็นปรัชญาของการสร้างพื้นที่การตลาดใหม่ด้วยนวัตกรรม จนทำให้หลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงได้

พวกเขาทำสิ่งที่ #แตกต่างจากคณะละครสัตว์อื่นๆ ที่มักจะใช้ เต๊นท์การแสดง มีตัวตลก และกายกรรมต่างๆ ในแบบคล้ายๆ กันไปหมด

เซิร์ค ดู โซเลย์ เลือกที่จะ #เพิ่ม ความหรูหราให้กับเต๊นท์การแสดง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ชม เพิ่มความลุ่มลึกของโชว์จากละครสัตว์ให้เป็นการแสดงความเป็นศิลป์ที่ดึงดูดใจ ผสมผสานศาสตร์ต่างๆทั้งภาพและเสียงในแบบละครเวทีบรอดเวย์ บัลเลต์ จนการแสดงมีความเลิศหรูอลังการ

และเลือกที่จะ #ตัด ซูเปอร์สตาร์ของคณะ ให้ความสำคัญกับทีมงาน ไม่มีการแสดงของสัตว์ และการขายขนมในขณะรับชม

แน่นอนว่า #กลุ่มผู้ชมไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นแค่เด็กๆ อีกต่อไป แต่เป็นทุกคนที่ชื่นชอบในงานศิลป์ และการสิ่งมอบประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ทำให้พวกเขายอมจ่ายค่าบัตรในราคาสูง ซึ่งเป็นคุณค่าที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ในท้องตลาด

และสิ่งเหล่านี้ คือ #การปรับกลยุทธ์ที่ถูกวางจากผู้นำ ที่เราสามารถนำมาเรียนรู้ได้เช่นกันว่า ในวิกฤตินี้ ผู้อ่านที่เป้นผู้นำจะวางกลยุทธ์อย่างไร ต้องเพิ่มอะไร ลดตรงไหน เพื่อปรับและส่งมอบคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมาย และสร้างผลประกอบการ และธุรกิจอยู่รอดได้

จน Cirque du Soleil สามารถบอกกับโลกได้เต็มปากว่า “We Reinvent the Circus-เราสร้างละครสัตว์ขึ้นมาใหม่”

แม้วันนี้ คณะละครสัตว์เลืองชื่อ จะต้านทานวิกฤตไม่ไหว จนล้มละลาย (เพราะมันสาหัสและสุดวิสัยจริงๆ) และอาจต้องปลดพนักงานมากกว่า 3,500 คน แต่ก็ยังพอมีข่าวดีๆ อยู่บ้างว่า

บริษัทจะได้รับเงินทุนจำนวน 3-400 ล้าน USD จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ TPG Capital บริษัทที่อยู่ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือหุ้นอยู่ 55% และกลุ่มทุน Fosun ของจีนซึ่งถือหุ้น 25% สำหรับการรีสตาร์ทธุรกิจ ตลอดจนรับภาระหนี้สินบางส่วนของบริษัท

รวมทั้งข่าวว่าผู้นำเก่า อย่าง กีย์ ลาลิแบร์เต้ (Guy Laliberte) ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และ 1 ในบอร์ดบริหาร อาจกลับมาคุมบังเหียนอีกครั้ง

เพราะเคยลั่นวาจาไว้ว่า พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางไม่ให้คณะนี้ ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่มีทักษะในการบริหารจัดการโชว์ใหญ่ๆ แบบนี้เด็ดขาด

ผมได้แต่หวังว่า เมื่อปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานครั้งนี้ แฟนๆ คงได้เห็น "เซิร์ค ดู โซเลย์" ตำนานแห่งนวัตกรรมของวงการละครสัตว์ กลับมาโลดแล่น เพื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจให้ Reinvent the Business ได้อีกครั้ง
---------------------------------
Content: อนิรุทธิ์
Photo: curiocity.com
References:
https://marketeeronline.co/archives/173670…
https://genonline.co/2018/12/27/circus-without-animal/
https://thestandard.co/cirque-du-soleil-filed-bankrupt/
- Blue Ocean Strategy (Book)
---------------------------------
#CoachForGoalArticle #CFG
สร้างทัศนคติการทำงานให้ดีขึ้นในทุกวันแบบง่ายๆ
---------------------------------
รายละเอียดโปรแแกรมพัฒนาบุคลากรองค์กรที่
www.coachforgoal.com

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Effective Environment Management อยากให้ทีมทำงานดี ต้องมีบรรยากาศที่เหมาะสม เชื่อหรือไม่ว่า การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ และไม่สามารถสร้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละบุคคลภายในทีมมารวมกัน อีกทั้งการวัดผลการยาก เพราะการสร้างบรรยากาศแบบ Effective Environment ต้องอาศัย ความไว้วางใจซึ่งกันและกันภายในทีม ดังนั้นการบริหารแบบนี้ หัวหน้าโดยส่วนใหญ่ก็จะ รู้ว่าต้องทำ(What) และรู้ว่าต้องทำอย่างไร (How) ด้วย แต่มักจะปฏิบัติจริงไม่ค่อยสำเร็จมากนัก มาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไร?
Effective Environment Management อยากให้ทีมทำงานดี ต้องมีบรรยากาศที่เหมาะสม New

เชื่อหรือไม่ว่า การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ และไม่สามารถสร้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละบุคคลภายในทีมมารวมกัน อีกทั้งการวัดผลการยาก เพราะการสร้างบรรยากาศแบบ Effective Environment ต้องอาศัย ความไว้วางใจซึ่งกันและกันภายในทีม ดังนั้นการบริหารแบบนี้ หัวหน้าโดยส่วนใหญ่ก็จะ รู้ว่าต้องทำ(What) และรู้ว่าต้องทำอย่างไร (How) ด้วย แต่มักจะปฏิบัติจริงไม่ค่อยสำเร็จมากนัก มาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไร?

Developing Team Management ส่งเสริมทีมงาน ด้วยการบริหารแบบให้พวกเขาเก่งและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร การที่มีทีมงานที่เก่งขึ้น จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายด้านการเติบโต (Growth)ขององค์กร แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป คือ จิตใจของคน ซึ่งถ้าเขาสามารถทำงานที่รับผิดชอบได้สำเร็จหรือ ยิ่งทำงานยิ่งเก่ง ก็จะช่วยให้คนทำงานรู้สึกดีต่อองค์กรนั้นๆ จน ทำให้เกิด Engagement ต่อองค์กร ซึ่งวิธีที่จะพัฒนาคนให้เก่งขึ้นนั้น หลายคนคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหน้าที่หลักของหัวหน้างานโดยตรง การพัฒนาผู้นำให้บริหารทีมได้ มีแนวทางดังนี้
Developing Team Management ส่งเสริมทีมงาน ด้วยการบริหารแบบให้พวกเขาเก่งและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร New

การที่มีทีมงานที่เก่งขึ้น จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายด้านการเติบโต (Growth)ขององค์กร แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป คือ จิตใจของคน ซึ่งถ้าเขาสามารถทำงานที่รับผิดชอบได้สำเร็จหรือ ยิ่งทำงานยิ่งเก่ง ก็จะช่วยให้คนทำงานรู้สึกดีต่อองค์กรนั้นๆ จน ทำให้เกิด Engagement ต่อองค์กร ซึ่งวิธีที่จะพัฒนาคนให้เก่งขึ้นนั้น หลายคนคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหน้าที่หลักของหัวหน้างานโดยตรง การพัฒนาผู้นำให้บริหารทีมได้ มีแนวทางดังนี้

Effective Execution Management การบริหารให้กลยุทธ์เกิดผลและคนปฏิบัติงานได้ตามแผน จากการบริหารแบบ Diamond Management ซึ่งเป็นวิธีการบริหารที่สร้างความสมดุล ของเป้าหมายองค์กรทั้ง 4 ด้าน ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ สำหรับในบทความนี้ จะพูดถึง การบริหารแบบ Effective Execution ซึ่งเป็นการบริหาร ที่ทำให้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้สามารถนำไปปฏิบัติจริงจนส่งผลลัพธ์ให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ โดยหลักการของการบริหารแบบ Effective Execution มีดังนี้
Effective Execution Management การบริหารให้กลยุทธ์เกิดผลและคนปฏิบัติงานได้ตามแผน New

จากการบริหารแบบ Diamond Management ซึ่งเป็นวิธีการบริหารที่สร้างความสมดุล ของเป้าหมายองค์กรทั้ง 4 ด้าน ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ สำหรับในบทความนี้ จะพูดถึง การบริหารแบบ Effective Execution ซึ่งเป็นการบริหาร ที่ทำให้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้สามารถนำไปปฏิบัติจริงจนส่งผลลัพธ์ให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ โดยหลักการของการบริหารแบบ Effective Execution มีดังนี้

Driving Results Management บริหารเน้นผลลัพธ์ ทำให้วิสัยทัศน์เกิดเป็นแนวทางทำงานจริง หนึ่งในการบริหารแบบ Diamond Management คือ การบริหารแบบ “Driving Result” ซึ่งเป็นการบริหารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ด้านการเติบโต (Growth) กับการสร้าง ผลผลิตที่ดี (Productivity) การบริหารแบบนี้ให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องพัฒนาผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าประเภท Result- Oriented Leader มาทำความเข้าใจในบทความนี้กันว่า หัวหน้าแบบนี้มีลักษณะอย่างไร? และจะพัฒนา ผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?
Driving Results Management บริหารเน้นผลลัพธ์ ทำให้วิสัยทัศน์เกิดเป็นแนวทางทำงานจริง New

หนึ่งในการบริหารแบบ Diamond Management คือ การบริหารแบบ “Driving Result” ซึ่งเป็นการบริหารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ด้านการเติบโต (Growth) กับการสร้าง ผลผลิตที่ดี (Productivity) การบริหารแบบนี้ให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องพัฒนาผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าประเภท Result- Oriented Leader มาทำความเข้าใจในบทความนี้กันว่า หัวหน้าแบบนี้มีลักษณะอย่างไร? และจะพัฒนา ผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?

​Management Strategy in Uncertain World โลกในปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จนถึงขนาดว่ามีการให้นิยายของโลกยุคนี้ว่าเป็นโลก VUCA WORLD หรือโลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อนและคลุมเครือ และต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามอีกว่าเป็นโลคยุค BANI WORLD คือเป็นโลกที่เปราะบางและคาดการณ์อะไรไม่ได้ ซึ่งในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามนี้อีกเช่นกัน แต่ไม่ว่าโลกจะถูกนิยามว่าอะไร พื้นฐานอย่างหนึ่งของโลกยุคนี้ ก็คือ โลกที่ไม่มีความแน่นอน
​Management Strategy in Uncertain World New

โลกในปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จนถึงขนาดว่ามีการให้นิยายของโลกยุคนี้ว่าเป็นโลก VUCA WORLD หรือโลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อนและคลุมเครือ และต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามอีกว่าเป็นโลคยุค BANI WORLD คือเป็นโลกที่เปราะบางและคาดการณ์อะไรไม่ได้ ซึ่งในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามนี้อีกเช่นกัน แต่ไม่ว่าโลกจะถูกนิยามว่าอะไร พื้นฐานอย่างหนึ่งของโลกยุคนี้ ก็คือ โลกที่ไม่มีความแน่นอน

BANI WORLD  นิยามโลกใบใหม่ ใช้พัฒนาผู้นำองค์กรอย่างไร? นิยามใหม่ของโลกธุรกิจ เปลี่ยนจาก VUCA world เป็น BANI world แล้ว องค์กรควรจะต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคนอย่างไร?  บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญไม่ด้อยไปกว่า CEO หรือ ผุ้บริหารระดับสูง ที่จะพาให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคของ BANI World ได้ ก็คือ ผู้นำในระดับกลาง (Middle Management) เนื่องจากผู้บริหารระดับกลาง คือ ผู้นำที่ต้องประสานระหว่างองค์กรและพนักงาน โดยต้องส่งผ่านจุดมุ่งหมายที่องค์กรต้องการจะไป และสนับสนุนการทำงานของทีมงานให้ไปสู่เป้าหมายนั่นให้ได้
BANI WORLD นิยามโลกใบใหม่ ใช้พัฒนาผู้นำองค์กรอย่างไร? New

นิยามใหม่ของโลกธุรกิจ เปลี่ยนจาก VUCA world เป็น BANI world แล้ว องค์กรควรจะต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคนอย่างไร? บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญไม่ด้อยไปกว่า CEO หรือ ผุ้บริหารระดับสูง ที่จะพาให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคของ BANI World ได้ ก็คือ ผู้นำในระดับกลาง (Middle Management) เนื่องจากผู้บริหารระดับกลาง คือ ผู้นำที่ต้องประสานระหว่างองค์กรและพนักงาน โดยต้องส่งผ่านจุดมุ่งหมายที่องค์กรต้องการจะไป และสนับสนุนการทำงานของทีมงานให้ไปสู่เป้าหมายนั่นให้ได้