ทัศนคติการแก้ปัญหาแบบเพลงกบร้องเพราะท้องปวด

วันที่: 16 ม.ค. 2563 16:27:48     แก้ไข: 28 ม.ค. 2563 13:24:00     เปิดอ่าน: 3,626     Blogs

เข้าใจว่า ตอนเด็กๆ หลายท่านคงเคยฟังเพลง "กบร้องเพราะท้องปวด" นี้
ซึ่งเนื้อเพลง ก็จะประมาณว่า

"กบเอยทำไมจึงร้อง กบเอยทำไมจึงร้อง
ที่กบมันร้อง เพราะว่าท้องมันปวด

ท้องเอยทำไมจึงปวด ท้องเอยทำไมจึงปวด
ที่ท้องมันปวด เพราะว่าข้าวมันดิบ

ข้าวเอยทำไมจึงดิบ ข้าวเอยทำไมจึงดิบ
ที่ข้าวมันดิบ เพราะว่าไฟมันดับ

ไฟเอยทำไมจึงดับ ไฟเอยทำไมจึงดับ
ที่ไฟมันดับ เพราะว่าฟืนมันเปียก

ฟืนเอยทำไมจึงเปียกฟืนเอยทำไมจึงเปียก
ที่ฟืนมันเปียก เพราะว่าฝนมันตก

ฝนเอยทำไมจึงตก ฝนเอยทำไมจึงตก
ที่ฝนมันตก เพราะว่ากบมันร้อง"

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ชื่อเพลงอะไร
รู้แค่มันเป็นเพลงในตำนาน ที่เด็กๆ ยุคหนึ่งต้องเคยได้ยินได้ฟัง

ลองพยายามค้นแล้ว ก็มีทั้งบอกว่า ชื่อเพลง "กบเอยทำไมจึงร้อง" "กบปวดท้อง" หรือ "แม้แต่ฝนเอยทำไมจึงตก" ก็ยังมี จึงขอเรียกว่า "เพลงกบร้องเพราะท้องปวด" ละกัน

เนื้อเพลงก็เล่าถึงเหตุผลว่าที่กบร้อง มันมีที่มาที่ไปของมัน เพราะมีเหตุจึงเกิดผล และผลก็เป็นเหตุของปัญหาอีกอย่างที่เกี่ยวเนื่องกันเหมือนปฏิกริยาลูกโซ่

กบร้องเพราะปวดท้อง
ท้องปวดเพราะข้าวดิบ
ข้าวดิบเพราะไฟที่หุงข้าวดับ
ไฟดับ เพราะ ฟืนเปียกชื้น
ฟืนเปียก เพราะ ฝนตก
แต่ที่ฝนตกก็เพราะ กบมันร้องนี่แหละ!!

ฟังเผินๆ ก็เป็นเพลงเด็กธรรมดาๆ ฟังวนไปได้เพลินๆ
แต่พอหลายรอบเข้า

อ้าว ! นี่มันบรรยายภาพการทำงานองค์กรชัดเจนเลยนี่
เพราะมันคือรูปแบบเดียวกับ การสรรหาคำอธิบายสาเหตุของปัญหาในการทำงานของคน ตอนที่ผลการทำงานไม่เข้าเป้าเลย

ทำไมงานไม่เข้าเป้า
เพราะนายไม่ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น

ทำไมนายไม่สนับสนุนล่ะ
เพราะว่า งบมันจำกัดไง เบื้องบนให้มาเท่านี้

ทำไมเบื้องบนจำกัดงบ
เพราะว่า รายได้ ผลประกอบการไม่ดีไง

แล้วทำไมรายได้ไม่ดี ก็เพราะ...
......
......
หน่วยงานเอ็งทำงานไม่เข้าเป้าไงเล่า!!

วงจรการโทษกันจึงเกิดขึ้น เพื่ออธิบายเหตุผล ที่มาที่ไปของความผิดพลาดที่ "ดูเหมือนสมเหตุสมผล" แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ต่างกับเพลงกบปวดท้อง ที่เริ่มอธิบายปัญหา และวนหาสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอก ท้ายสุดมันก็วนมาที่จุดเริ่มต้น แล้ววนเป็นลูปใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนกว่าจะมีใครสักคนได้สติ #เริ่มต้นเปลี่ยนมุมมอง เลิกหาเหตุผลให้ตนพ้นผิดด้วยการโทษปัจจัยภายนอก และ #คิดว่าตัวเราเองทำอะไรได้บ้าง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

ปัญหาจะได้ไม่ต้องวนซ้ำไปซ้ำมาแบบเพลงกบในตำนานนี้อีกต่อไป
-------------------------
Original Content & Illustrate by aniruthT
เนื้อเพลง: Internet
อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ ที่ www.coachforgoal.com/blogs
----------------------------
#CFG สร้างทัศนคติการทำงาน
ให้ดีขึ้นในทุกวันแบบง่ายๆ
www.coachforgoal.com

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Quote For Goal คำคมสำหรับผู้นำ รวมวาทะคำคมสำหรับผู้นำ เพื่อจุดประกายความคิด และเป็นแนวทางการบริหารคนและงาน ให้สำเร็จตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
Quote For Goal คำคมสำหรับผู้นำ New

รวมวาทะคำคมสำหรับผู้นำ เพื่อจุดประกายความคิด และเป็นแนวทางการบริหารคนและงาน ให้สำเร็จตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

People Strategy Through The Recession Free Presentation Download: งาน Webinar "People Strategy Through The Recession"  วิกฤตหนนี้ องค์กรควรลงทุน เพื่อสร้างความอยู่รอดและโอกาสที่ยั่งยืน" เพียงแต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องพิจารณา คือ "กลยุทธ์ในการพัฒนาคน" ควรจะเป็นแบบใด จึงจะเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และ ได้ผลลัพธ์ในทางธุรกิจอย่างที่องค์กรต้องการจริงๆ
People Strategy Through The Recession New

Free Presentation Download: งาน Webinar "People Strategy Through The Recession" วิกฤตหนนี้ องค์กรควรลงทุน เพื่อสร้างความอยู่รอดและโอกาสที่ยั่งยืน" เพียงแต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องพิจารณา คือ "กลยุทธ์ในการพัฒนาคน" ควรจะเป็นแบบใด จึงจะเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และ ได้ผลลัพธ์ในทางธุรกิจอย่างที่องค์กรต้องการจริงๆ

โมเดล 70:20:10 การพัฒนาคนที่องค์กรยุคใหม่ต้องนำไปใช้ แนวทางการพัฒนาของบริษัทชั้นนำในยุคนี้ ส่วนใหญ่จะใช้แนวทางตามโมเดล 70:20:10 ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Coca-Cola ฯลฯ
ตัวเลขที่ว่า ก็คือ สัดส่วนของแนวทางการพัฒนาพนักงานที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และส่งผลลัพธ์ในงาน โดยรายละเอียดมีดังนี้
โมเดล 70:20:10 การพัฒนาคนที่องค์กรยุคใหม่ต้องนำไปใช้

แนวทางการพัฒนาของบริษัทชั้นนำในยุคนี้ ส่วนใหญ่จะใช้แนวทางตามโมเดล 70:20:10 ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Coca-Cola ฯลฯ ตัวเลขที่ว่า ก็คือ สัดส่วนของแนวทางการพัฒนาพนักงานที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และส่งผลลัพธ์ในงาน โดยรายละเอียดมีดังนี้

Thailand RESET, Business RESTART เช็คความพร้อมทีมงาน เพื่อสร้าง Results ให้องค์กร ประเทศไทยได้ Reset กฎระเบียบต่างๆ ช่วงโควิด-19 ให้กลับมาเป็นสถานการณ์ปกติ สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ คือ Restart ตัวเอง หัวหน้าต้องพาทีม พุ่งทะยาน ไปสร้าง Results หรือ ผลลัพธ์ในธุรกิจให้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แต่ทีมของคุณพร้อมแล้วหรือยัง ลองเช็คความพร้อมจากคำถามเหล่านี้
Thailand RESET, Business RESTART เช็คความพร้อมทีมงาน เพื่อสร้าง Results ให้องค์กร

ประเทศไทยได้ Reset กฎระเบียบต่างๆ ช่วงโควิด-19 ให้กลับมาเป็นสถานการณ์ปกติ สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ คือ Restart ตัวเอง หัวหน้าต้องพาทีม พุ่งทะยาน ไปสร้าง Results หรือ ผลลัพธ์ในธุรกิจให้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แต่ทีมของคุณพร้อมแล้วหรือยัง ลองเช็คความพร้อมจากคำถามเหล่านี้

ประเมินผลการพัฒนาคนอย่างไร? ให้ได้ Results ที่องค์กรต้องการ เสียงบพัฒนาคนไปแล้ว บริษัทจะได้อะไรกลับมาบ้าง?" เจอคำถามนี้ จะต้องตอบอย่างไร? เพื่อให้ตอบคำถามนี้ และวัดผลการอบรมได้ Model ของ Kirkpatrick จึงถูกนำมาใช้ เพื่อดูว่า โครงการพัฒนาคนนั้น สร้างผลลัพธ์ระดับใดบ้าง
ประเมินผลการพัฒนาคนอย่างไร? ให้ได้ Results ที่องค์กรต้องการ New

เสียงบพัฒนาคนไปแล้ว บริษัทจะได้อะไรกลับมาบ้าง?" เจอคำถามนี้ จะต้องตอบอย่างไร? เพื่อให้ตอบคำถามนี้ และวัดผลการอบรมได้ Model ของ Kirkpatrick จึงถูกนำมาใช้ เพื่อดูว่า โครงการพัฒนาคนนั้น สร้างผลลัพธ์ระดับใดบ้าง

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้