ทำงานวันเสาร์อย่างไรไม่ให้เศร้า

วันที่: 04 ก.พ. 2563 16:42:24     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 16:00:29     เปิดอ่าน: 895     Blogs
ทำงานวันเสาร์อย่างไรไม่ให้เศร้า เมื่อ Saturday is not a sad day

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีงานวิจัยรองรับว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ส่งผลดี
ต่อประ
สิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น รวมทั้งมีหลายๆประเทศเริ่มทดลองทำงาน 4 วัน
เช่นในเยอรมันและนิวซีแลนด์
 แต่ในเมื่อกฏหมายแรงงานของไทยกำหนดไว้
ในเรื่องของเวลาก
ารทำงานไว้ว่า ไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงยังมีหลายๆบริษัท
ในปัจจุ
บันที่ยังทำงานวันจันทร์ถึงวันเสาร์

เมื่อถึงวันศุกร์หลายๆคนก็เริ่มจะเหนื่อยล้าและเริ่มที่จะอดคิดไม่ได้ว่า 
#ชีวิตนี้บางทีก็ช่างแสนเศร้าเมื่อต้องตื่นขึ้นมาทำงานวันเสาร์อีกวัน

เพื่อไม่ให้วันเสาร์เป็นวันเศร้าในการทำงาน แอดอ้วนจึงอยากชวนทุกท่าน
มา
ช่วยกันมองหาแง่งามและ มุมคิดดีๆในการทำงานวันเสาร์ 
สำหรับแอดอ้วนเองนั้นเคยผ่า
นประสบการณ์ทั้งการทำงาน 6 วัน 5 วันและ 4 วัน
โดยส่วนตัวมองว่าการทำงานวั
นเสาร์ก็มีข้อดีที่อยากจะนำมาแบ่งปันมุมคิดแก่ทุกท่านดังนี้

1. รถไม่ติด ถนนเป็นของเรา ไม่ต้องแข่งขันฝ่าฟันกับใครในการใช้รถไฟฟ้า
รถสาธารณะ หาที่จอดรถง่าย ไม่ต้องแย่งการใช้ลิฟต์กับเ
พื่อนร่วมอาคาร

2. นัดประชุมงานในวันเสาร์ มักจะได้ไอเดียดีๆ ด้วยบรรยากาศสบายๆในการทำงา
ที่ไม่เคร่งเครียด จึงทำให้ทุกคนสามารถที่จะร่
วมกันสร้างสรรค์ความคิดใหม่
ออกมาได้ในการประชุม และไปเริ่มทำต่อในวันจันทร์
ได้ทันที

3. มีเวลาในการสะสางงานที่คั่งค้าง ตอบ Email ที่หมักดองไว้จนได้ที่
จัดการเอกสาร ทำความสะอาดพื้นที่ในการทำง
านของตนเอง

4. ใช้เวลาวันเสาร์ในการพัฒนาตนเองและทีมงาน เช่น จัดอบรมความรู้ต่างๆในการทำงาน
ขอความช่วยเหลือจากแผนกอื่นๆมาอบรมความรู้เพิ่มเติม ทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับ
คนในทีมเพื่อสร้าง Engagement

เพราะ #ทัศนคติเป็นเรื่องสำคัญ แอดอ้วนจึงมองว่า #การทำงานวันเสาร์นั้นจะไม่เศร้า 
ถ้าเราหามุมคิดดีๆเพื่อเติม
พลังใจในการไปทำงาน อีกทั้งก่อนที่เราจะเข้าทำงานในที่ทำงานใด
เราย่อมต้องได้รับทราบเงื่อ
นไขในการทำงานอยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อเราเป็นผู้เลือกและตัดสินใจ
เราย่อมต้องยอมรับในเงื่อนไ
ขดังกล่าว

ถ้าวันหนึ่งวันใดรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไปที่จะทำงาน 6 วัน การหาช่องทางใหม่ๆ
ให้สอดคล้
องกับชีวิตปัจจุบันนั้นย่อมดีและง่ายกว่าการพร่ำบ่นตัดพ้อโชคชะตา
และมาทำงานวันเสา
ร์ด้วยความเศร้าและไม่สบายใ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน  "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ
รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้