ทำไมคนเราจึงเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้สิ่งรอบข้าง? (Cognitive Bias)

วันที่: 08 ส.ค. 2562 09:39:01     แก้ไข: 16 ม.ค. 2563 16:28:59     เปิดอ่าน: 211     Blogs

ทำไมคนเราจึงเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้สิ่งรอบข้าง?

เหตุผลของการกระทำแบบนี้ มีคำตอบเดียว คือ เป็นธรรมชาติของคน ที่มักอธิบายทุกสิ่งที่ตนทำไป เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีต่อใจ และดำรงไว้ซึ่งความภูมิใจในตนเอง แม้ว่าคำอธิบายนั้น มันจะไม่สมเหตุสมผลก็ตาม

เรียกว่ารู้ทั้งรู้ว่า "ไม่จริง" แต่ก็ยอมเชื่อ เพื่อให้ "สบายใจ" ไปวันๆ

การคิดทำนองนี้ ทางจิตวิทยาเรียกว่า Cognitive Bias หรือ อคติทางความคิด ซึ่งมีเป็นร้อยแบบร้อยชนิด แต่ทั้งหมดนั้นมีแก่นเหมือนกัน คือการรับรู้ที่บิดเบือน คลาดเคลื่อนจากความจริง จนประเมินสิ่งต่างๆไม่ถูกต้อง

ประโยชน์เดียวของมันคือ การทำให้เรามีความสุขอยู่ใน "ความจริงเสมือน" ที่สมจริงยิ่งกว่าแว่น VR (virtual reality)

ในการทำงาน ก็มีตัวอย่าง Cognitive Bias ที่พบบ่อยๆ คือ

อคติทางความคิดแบบแรก คือ การคิดเข้าข้างตัวเอง (Self Serving Bias) สังเกตง่ายๆ คือ หากเป็นเรื่องที่ตัวเองทำได้ดี คนเรามักจะรีบบอกทันที ว่าความสำเร็จนี้ เกิดจาก #ฝีมือของตนเอง เช่น ได้เลื่อนขั้น เพราะตั้งใจทำงาน หรือ มีฝีมือโดดเด่น หรือ เจรจากับลูกค้าจนได้ออร์เดอร์ เพราะเรามีการเตรียมตัวมาอย่างดี

แต่หากทำได้ไม่ดี หรือ ล้มเหลว ก็จะโทษว่าเป็นเพราะปัจจัยภายนอกรอบตัว คน/หน่วยงานอื่น ที่ส่งผลให้ทำงานนี้ไม่สำเร็จ เช่น ฝ่ายการตลาดทำส่วนลด โปรโมชั่นไม่ดี ทำให้เราขายของไม่ได้ หรือ ขาดการสนับสนุนจากเจ้านาย ฯลฯ

ถ้าสรุปเป็นสำนวนไทย จะเข้าใจง่าย แต่ก็แร๊งส์ นั่นคือ เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น (หรือ โบ้ยตามสถานการณ์)

แบบที่สอง คือ การอธิบายสาเหตุที่ผิดๆ ไม่คิดจะดูให้รอบครอบคลุมทุกปัจจัย (Fundamental Attribution Error-FAE) มักเกิดเวลามองพฤติกรรมคนอื่นๆ แล้วด่วนสรุปว่า สาเหตุเกิดจากนิสัยของตัวเขา โดยไม่ได้ดูองค์ประกอบอื่นๆ เช่น มองเพื่อนร่วมงานที่ปิดการขายไม่ได้ว่าเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่ทุ่มเทในการทำยอด ไร้ Can do Attitude หรือ แบบเบาๆ ก็เช่น มองคนที่เขามาทำงานสายว่า เป็นคนไม่รับผิดชอบ ซึ่งในบางครั้ง อาจมีสาเหตุอื่นๆ ที่มากกว่านั้น

ผลก็คือ ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงสาเหตุที่แท้จริง หรือ เป็นการด่วนตัดสินจนรู้สึกไม่ดีต่อกัน โดยเฉพาะในการพัฒนาทักษะลูกน้อง เพราะเอะอะก็ตราหน้าว่า เป็นคนไม่ได้เรื่องไปก่อนแล้ว

การมีอคติทางความคิดแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็หนักแล้ว ถ้ามีครบทั้งคู่ยิ่งทำให้เกิดการมองคนอื่นๆ ผิดเพี้ยนไปจากความจริง จนอาจคิดว่า ข้าแน่ข้าเก่งคนเดียว รวมทั้งตัดสินเพื่อนร่วมงานคนอื่น เป็นคนไม่ได้เรื่องด้วย ท้ายที่สุดก็จะนำมาซึ่งบรรยากาศการทำงานที่ไม่น่าอยู่ในเร็ววัน

ลองหันมาดูไหมว่า เราเคยหลุดคำพูดไหนบ้าง? ถ้ามีดึงสติด่วน!

-----------------------------

Infographic & Content by aniruthT

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณบ่งบอกดังนี้ โพสก่อนหน้านี้ ได้พูดถึง เรื่อง องค์กรไซโล (Silo Organization) 
จึงอยากขยายความ เผื่อว่าท่านใดอยากรู้ว่า 
องค์กรเราแปรสภาพจากบริษัทเป็นไซโลไปรึยัง? จะสังเกตยังไงดี

เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณนี้บ่งบอก
เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณบ่งบอกดังนี้ New

โพสก่อนหน้านี้ ได้พูดถึง เรื่อง องค์กรไซโล (Silo Organization) จึงอยากขยายความ เผื่อว่าท่านใดอยากรู้ว่า องค์กรเราแปรสภาพจากบริษัทเป็นไซโลไปรึยัง? จะสังเกตยังไงดี เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณนี้บ่งบอก

องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน
องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน

องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน

สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? "จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้"
เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า

แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด 
มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม?

ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า
ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม
ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน
สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? New

"จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้" เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม? ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน

15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020 Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน
คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง
เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น
(ดู list นี้ใน comment แรก)

นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่
เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว
15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020 New

Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น (ดู list นี้ใน comment แรก) นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่ เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว

ถอดรหัส Trusted Leader ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader 
ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1)
อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people”
ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า 
เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ 
พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน
ถอดรหัส Trusted Leader New

ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1) อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people” ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน

7 สิงหาคม 1974 7 สิงหาคม 1974

ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์
ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น
ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด

เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น
7 สิงหาคม 1974 New

7 สิงหาคม 1974 ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น