ทำไมคนเราจึงเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้สิ่งรอบข้าง? (Cognitive Bias)

วันที่: 08 ส.ค. 2562 09:39:01     แก้ไข: 08 มี.ค. 2564 21:21:35     เปิดอ่าน: 1,532     Blogs

ทำไมคนเราจึงเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้สิ่งรอบข้าง?

เหตุผลของการกระทำแบบนี้ มีคำตอบเดียว คือ เป็นธรรมชาติของคน ที่มักอธิบายทุกสิ่งที่ตนทำไป เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีต่อใจ และดำรงไว้ซึ่งความภูมิใจในตนเอง แม้ว่าคำอธิบายนั้น มันจะไม่สมเหตุสมผลก็ตาม

เรียกว่ารู้ทั้งรู้ว่า "ไม่จริง" แต่ก็ยอมเชื่อ เพื่อให้ "สบายใจ" ไปวันๆ

การคิดทำนองนี้ ทางจิตวิทยาเรียกว่า Cognitive Bias หรือ อคติทางความคิด ซึ่งมีเป็นร้อยแบบร้อยชนิด แต่ทั้งหมดนั้นมีแก่นเหมือนกัน คือการรับรู้ที่บิดเบือน คลาดเคลื่อนจากความจริง จนประเมินสิ่งต่างๆไม่ถูกต้อง

ประโยชน์เดียวของมันคือ การทำให้เรามีความสุขอยู่ใน "ความจริงเสมือน" ที่สมจริงยิ่งกว่าแว่น VR (virtual reality)


ในการทำงาน ก็มีตัวอย่าง Cognitive Bias ที่พบบ่อยๆ คือ

อคติทางความคิดแบบแรก คือ การคิดเข้าข้างตัวเอง (Self Serving Bias)

สังเกตง่ายๆ คือ หากเป็นเรื่องที่ตัวเองทำได้ดี คนเรามักจะรีบบอกทันที ว่าความสำเร็จนี้ เกิดจากฝีมือของตนเอง เช่น ได้เลื่อนขั้น เพราะตั้งใจทำงาน หรือ มีฝีมือโดดเด่น หรือ เจรจากับลูกค้าจนได้ออร์เดอร์ เพราะเรามีการเตรียมตัวมาอย่างดี

แต่หากทำได้ไม่ดี หรือ ล้มเหลว ก็จะโทษว่าเป็นเพราะปัจจัยภายนอกรอบตัว คน/หน่วยงานอื่น ที่ส่งผลให้ทำงานนี้ไม่สำเร็จ เช่น ฝ่ายการตลาดทำส่วนลด โปรโมชั่นไม่ดี ทำให้เราขายของไม่ได้ หรือ ขาดการสนับสนุนจากเจ้านาย ฯลฯ

ถ้าสรุปเป็นสำนวนไทย จะเข้าใจง่าย แต่ก็แร๊งส์ นั่นคือ เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น (หรือ โบ้ยตามสถานการณ์)

แบบที่สอง คือ การอธิบายสาเหตุที่ผิดๆ ไม่คิดจะดูให้รอบครอบคลุมทุกปัจจัย (Fundamental Attribution Error-FAE)
มักเกิดเวลามองพฤติกรรมคนอื่นๆ แล้วด่วนสรุปว่า สาเหตุเกิดจากนิสัยของตัวเขา โดยไม่ได้ดูองค์ประกอบอื่นๆ เช่น มองเพื่อนร่วมงานที่ปิดการขายไม่ได้ว่าเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่ทุ่มเทในการทำยอด ไร้ Can do Attitude หรือ แบบเบาๆ ก็เช่น มองคนที่เขามาทำงานสายว่า เป็นคนไม่รับผิดชอบ ซึ่งในบางครั้ง อาจมีสาเหตุอื่นๆ ที่มากกว่านั้น

ผลก็คือ ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงสาเหตุที่แท้จริง หรือ เป็นการด่วนตัดสินจนรู้สึกไม่ดีต่อกัน โดยเฉพาะในการพัฒนาทักษะลูกน้อง เพราะเอะอะก็ตราหน้าว่า เป็นคนไม่ได้เรื่องไปก่อนแล้ว

การมีอคติทางความคิดแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็หนักแล้ว ถ้ามีครบทั้งคู่ยิ่งทำให้เกิดการมองคนอื่นๆ ผิดเพี้ยนไปจากความจริง จนอาจคิดว่า ข้าแน่ข้าเก่งคนเดียว รวมทั้งตัดสินเพื่อนร่วมงานคนอื่น เป็นคนไม่ได้เรื่องด้วย ท้ายที่สุดก็จะนำมาซึ่งบรรยากาศการทำงานที่ไม่น่าอยู่ในเร็ววัน

ลองหันมาดูไหมว่า เราเคยหลุดคำพูดไหนบ้าง? ถ้ามีดึงสติด่วน!

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กรณีศึกษา: ใต้ภูเขาน้ำแข็งแห่งการเปลี่ยนแปลงของ IKEA  การทำ Digital Transformation ในแบบอีเกียนั้น สามารถ เปรียบได้กับการมองภาพภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำครับ
ส่วนยอดของภูเขานั้น คือ สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งสิ่งที่อีเกียทำ คือ การตอบสนองต้องการของลูกค้า และ การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
กรณีศึกษา: ใต้ภูเขาน้ำแข็งแห่งการเปลี่ยนแปลงของ IKEA

การทำ Digital Transformation ในแบบอีเกียนั้น สามารถ เปรียบได้กับการมองภาพภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำครับ ส่วนยอดของภูเขานั้น คือ สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งสิ่งที่อีเกียทำ คือ การตอบสนองต้องการของลูกค้า และ การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

ประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน เริ่มสร้างได้จากหัวหน้างาน งานวิจัยของ McKinsey บอกว่าพนักงานที่มีประสบการณ์ที่ดีกับองค์กรนั้น จะมีความผูกพันมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์ไม่ดี มากถึง 18 เท่าครับ
ซึ่งจะเริ่มสร้างประสบการณ์ที่ดีของพนักงานได้ ก็ต้องรู้จักการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานก่อน
ประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน เริ่มสร้างได้จากหัวหน้างาน New

งานวิจัยของ McKinsey บอกว่าพนักงานที่มีประสบการณ์ที่ดีกับองค์กรนั้น จะมีความผูกพันมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์ไม่ดี มากถึง 18 เท่าครับ ซึ่งจะเริ่มสร้างประสบการณ์ที่ดีของพนักงานได้ ก็ต้องรู้จักการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานก่อน

หลัง Covid-19 ต้องเตรียมโค้ชผู้บริหารใน 3 ด้านนี้ ช่วง lockdown ที่ผ่านมานั้น อย่าลืมว่าเราต้องทำงานไกลกัน และทุกอย่างเป็นการบริหารทางไกล (remote) จากการทำงานแบบ work from home และเมื่อต้องว่างเว้นจากการทำงานปกติไปนาน ปัญหาที่จะเกิดมันจะมีสามด้าน คือ
หลัง Covid-19 ต้องเตรียมโค้ชผู้บริหารใน 3 ด้านนี้ New

ช่วง lockdown ที่ผ่านมานั้น อย่าลืมว่าเราต้องทำงานไกลกัน และทุกอย่างเป็นการบริหารทางไกล (remote) จากการทำงานแบบ work from home และเมื่อต้องว่างเว้นจากการทำงานปกติไปนาน ปัญหาที่จะเกิดมันจะมีสามด้าน คือ

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ
5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital New

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ

Future Skills For Uncertain World งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
Future Skills For Uncertain World New

งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

Crisis leadership during the COVID-19 era ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า
Crisis leadership during the COVID-19 era New

ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า