ปากและใจไปไวกว่าความคิด (ภาคขยาย)

วันที่: 05 ก.พ. 2563 13:13:51     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 15:54:44     เปิดอ่าน: 860     Blogs

กรณีศึกษา เพราะปากและใจไปไวกว่าความคิด (ภาคขยาย)

เพราะดราม่ามีทุกวัน เราจึงต้องเรียนรู้จากดราม่าเข้าไว้ ไม่มีปราชญ์ที่ไหนกล่าว แอดอ้วนกล่าว

เมื่อจงคิดทุกอย่างที่พูดแต่อย่าพูดทุกอย่างที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ในเวลาโกรธ”

เครื่องกำกับความโกรธคือ “สติ” เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้ในบทความที่แล้วว่า
การตัดสินอะไรไปล่วงหน้า หรือการคิดเอาเอง อาจส่งผลร้ายกว่าที่คิด
เพราะรากความคิดหรือทัศนคติคิดเช่นใด

การแสดงออกทางพฤติกรรมก็จะเป็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น
คิดเอาเองว่าคนขับรถกระบะเป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ
คนขับรถราคาแพงต้องเป็นคนร่ำรวยมีฐานะ การแสดงอออกทางพฤติกรรม
ก็จะเป็นการแสดงออกถึงฐานะที่เหนือกว่า และไม่ให้เกียรติกับผู้ที่ขับรถต่างฐานันดรกับตน

เมื่อสติและทัศนคติเป็นเรื่องสำคัญในการกำกับพฤติกรรมตนเอง
จิตวิทยาว่าด้วยการดูถูกคนศาสตร์ จากการประเมินพฤติกรรมด้วยตาหยาบ
จะพบได้บ่อยครั้งว่า ผู้ที่ชอบดูถูกคนมักจะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ขาดความเข้าอกเข้าใจ (Empathy)
และขาดความเคารพผู้อื่น (Respect) โดยใช้คำพูดหรือการแสดงออกในทางก้าวร้าว
เมื่อต้องรับมือกับผู้ที่ชอบดูถูกคน สิ่งที่สำคัญคือ สติ เราไม่รับมือการถูกดูถูกด้วยการดูถูกตนเอง

Self Esteem การนับถือตนเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อรถกระบะที่เราขับพาเราไปทำงาน
หารายได้เลี้ยงตัวได้อย่างสบายใจ เงินในบัญชีออมสินมีอยู่ไม่ถึงสามพันแต่ก็นอนหลับสบาย
ใครก็ดูถูกเราไม่ได้แม้คำดูถูกจะร้ายแรงแค่ไหน ก็สะท้อนกลับไปที่ผู้แสดงพฤติกรรม
การรับมือกับคนขาดสติด้วยสติและพฤติกรรมที่ไม่ก้าวร้าวและไม่ใช้คำหยาบ
เป็นการเคารพตนเองและไม่ดูถูกตนเอง พฤติกรรมจะแสดงออกมาให้เห็นเองว่า
ใครเป็นผู้มีปัญญาและอยู่ในฐานันดรที่สมควร

#เพราะดูถูกมาไม่ดูถูกกลับ ใครไม่นับถือเราไม่เป็นไรขอให้เรานับถือตนเอง
#การ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์มีน้อย ใช้สติกำกับใจ อย่าให้ถึงมือโซเชียล

---------------------------------
Content by แอดอ้วน ผู้เลิ่กลั่กกับคำว่าทำไมคนไทยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน  "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ
รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้