ภาวะ "Burnout" ตอนที่ 1: กรณีศึกษา "ภาวะหมดไฟ" หาใช่ใจอ่อนแอ

วันที่: 24 ก.ค. 2562 11:45:31     แก้ไข: 08 ส.ค. 2562 09:27:57     เปิดอ่าน: 436     Blogs
ภาวะ "Burnout" กรณีศึกษา "ภาวะหมดไฟ" หาใช่ใจอ่อนแอ

สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา คงจะมีหลายๆครั้งในชีวิตการทำงานที่รู้สึกท้อแท้ เหนื่อยล้า ไม่สบายใจ วันจันทร์ทีไรน้ำตาจะไหลทุกที อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปว่าเป็นอาการของโรคเกลียดวันจันทร์หรือ "I hate Monday syndrome" เพราะมันอาจจะลึกล้ำกว่านั้นก็เป็นได้

เพราะความเครียดเรื้อรังจากการทำงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อ WHO องค์การอนามัยโลกได้จัดให้ "Burnout" หรือ "ภาวะหมดไฟ" เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการของภาวะความอ่อนล้าชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเครียดเรื้อรังที่มาจากการทำงาน โดยผู้ที่อยู่ในภาวะนี้จะมีภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปในทั้งในด้านอารมณ์ เช่น เคร่งเครียด เหนื่อยล้าตลอดเวลา (Exhaustion) เริ่มมีพฤติกรรมในทางลบในการปฏิบัติงาน (Cynicism) และประเมินผลงานตนเองในด้านลบ (Professional inefficiency) ซึ่ง”ภาวะหมดไฟ”นี้ ย่อมจะนำพาให้ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะนี้เกิดปัญหาในการทำงาน และทำงานผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เกิดความเครียด ความท้อแท้ใจ และไม่สามารถทำงานต่อไปได้ในที่สุด

ซึ่งแต่เดิมพอมีใครซักคนบ่นว่าเริ่มหมดไฟ เราในฐานะเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานมักจะปลอบใจกันไปว่า "เอาน่า สู้ๆ อดทนหน่อย" หรือพาลมองว่าคนที่คิดเช่นนี้เป็นคนอ่อนแอ ไม่มีความอดทนไปซะได้ แต่รู้หรือไม่ว่าตัวเราเองก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนอื่นในองค์กรอยู่ใน "ภาวะหมดไฟ" ได้เช่นกัน เพราะจากการศึกษาพบว่านอกจาก "Internal factor" แล้ว "External factor" เช่น สภาวะแวดล้อมในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานและวัฒนธรรมองค์กร ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานตกอยู่ใน "ภาวะหมดไฟ" ได้เป็นอย่างมาก

เมื่อ "ภาวะหมดไฟ" ไม่ใช่ "โรค" ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องมาบอกเราว่าตอนนี้อยู่ในภาวะ Burnout เราควรทำอย่างไร
ก่อนอื่นอย่าเพิ่งตัดสินใครว่าใจอ่อนแอ อย่าเพิ่งรีบด่วนแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ

ถ้าเรายังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เค้ากำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คืออะไร
เพราะสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาภาวะนี้คือ "Empathy" หรือความเห็นอกเห็นใจ

ซึ่งจะนำพาให้เราเข้าใจในปัญหาและรู้สาเหตุของภาวะนั้นได้อย่างแท้จริง

และอย่างที่บอกไปในข้างต้นว่า ภาวะหมดไฟนี้ External Factor มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ลองพิจารณาตัวเราเองด้วยว่า เราเองนั้นมีสถานะเป็น "มลพิษ" ที่มีส่วนสร้างสภาวะอันเป็นพิษในที่ทำงานจนทำให้ลูกน้องหรือคนรอบข้างนั้นตกอยู่ในอาการ Burnout หรือไม่
เราจึงควรช่วยกันสร้างภาวะคุ้มกัน หรือ Team culture ที่มี Empathy เพื่อเป็นวัคซีนในการป้องกัน เพราะสุดท้าย ถ้าองค์กรใดมีพนักงานผู้อยู่ในภาวะหมดไฟ มากขึ้นในทุกวัน ภาวะนั้นคงลุกลามมาจนทำร้ายจนองค์กรให้อยู่ในภาวะ Burnout จนกลายเป็นองค์กรที่ไร้ประสิทธิภาพไปในสักวัน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ  3 องค์ประกอบ  ได้แก่
1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่?
2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน
3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง
จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? New

เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่? 2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน 3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง

The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม  พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน

The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ 
ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง
The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ

ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง

ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม New

การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

Happy New Year 2021 ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า
Happy New Year 2021

ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 . หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ . เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ . เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง