ร่วมกันขจัดโรคซึมเศร้าในที่ทำงาน

วันที่: 05 ก.พ. 2563 10:18:38     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 15:59:24     เปิดอ่าน: 128     Blogs
ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ กรณีศึกษาโรคซึมเศร้า เมื่อคุณค่าของชีวิตเราไม่เท่ากัน

เวลาที่เราได้เห็นข่าวคนปลิดชิวิตตนเองจากปัญหาโรคซึมเศร้า “เรา” ในฐานะคนธรรมดา

ก็มักจะคิดว่า ทำไมและเพราะอะไรถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ ทำไมไม่คิดถึงวันข้างหน้า
ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้มีความ
ทุกข์ด้วยกันทุกคน ทำไมไม่สู้ ทำแบบนี้คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร

คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจแล้ว”เรา”ก็ลืมเลือนมันไป
ในความเป็นมนุษย์นั้น การรักชีวิตตนเองนั้นเป็นที่ยิ่ง แต่ผู้ที่ประเมินตนว่าคุณค่าของชีวิตตนต่ำกว่าศูนย์นั้นการจะทำร้ายตนเองได้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่และสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้านั้น การประเมินมูลค่าตนเองต่ำกว่าศูนย์นั้นเป็นเรื่องปกติ

เพราะค่ามาตรฐานของการมีชีวิตอยู่ของ “เรา” ไม่เท่ากัน และคำว่า ”เรา”ในโลกของคนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้านั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นค่ามาตรฐานของความสุขในการมีชีวิตอยู่ แทบจะเป็นศูนย์ และในโลกของผู้อยู่ในภาวะซึมเศร้านั้น คำว่า “เรา” คือตัวเราเพียงลำพัง

เมื่อไม่อาจเข้าใจว่าโลกของผู้ป่วยซึมเศร้าเป็นเช่นไร แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน สิ่งที่เราจะช่วยได้เพื่อให้คำว่า “เรา” เกิดขึ้นจริงได้ในโลกของผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า คือความเข้าใจ เมื่อสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะซึมเศร้านั้นแสดงออกมาด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทั้งในแง่ของผลงานและภาวะส่วนตัว อย่าเมินเฉย อย่าปล่อยผ่านเพราะสัญญาณอาจแสดงออกมาเพียงครั้งเดียว

และเราอาจมีโอกาสเพียงครั้งเดียวเช่นกันที่จะเข้าใจและช่วยเหลือได้ทัน
การรับฟังด้วยความเข้าใจและไม่ตัดสินเป็นการสร้างสื่อสารเพื่อสร้างความเป็น “เรา”

เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะโรคซึมเศร้าได้ นอกเหนือจากการรักษาที่ถูกต้องทางการแพทย์ การอยู่เคียงข้างและรับฟังด้วยความเข้าใจนั้นคือการยอมรับในคุณค่าที่มอบให้กัน

เพราะแม้ในวันที่คิดว่าชีวิตไม่เหลือใคร แต่อย่างน้อยหากมีใครซักคนที่สามารถเข้าใจ “เรา”ได้

อาจช่วยยืดเวลาต่อไป ให้ชีวิตมีวันพรุ่งนี้ได้ ช่วยกันลดจำนวนข่าวร้ายในที่ทำงาน เพราะคงไม่มีใครอยากให้คนที่อยู่ในข่าว เป็นคนที่นั่งทำงานข้างเรา และสุดท้ายต้องเสียใจที่สุดท้าย ไม่อาจช่วยอะไรได้แม้แต่การรับฟัง

#เพราะชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ ไม่ว่าใครก็ช่วยให้เกิดวันพรุ่งนี้ได้ ด้วยการไม่ปล่อยผ่าน
#เพราะถ้าคุณอยู่ในภาวะซึมเศร้า “เรา” คือเพื่อนกัน

Content by แอดอ้วน ผู้เข้าใจและอยู่กับโรคซึมเศร้ามาได้อย่างสันติ
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Happy New Year 2021 ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า
Happy New Year 2021

ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง New

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 . หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ . เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ . เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง

บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร?
.
ชื่อของ บริดเจอร์ วอร์คเกอร์ (Bridger Walker) อาจไม่คุ้นหูผู้อ่าน
.
แต่ถ้าผมบอกว่า เขา คือ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ปกป้องน้องสาววัย 4 ขวบของตนจากสุนัขที่แสนดุ ด้วยเอาตัวเข้าไปบังเธอ จนตัวเองโดนกัดเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด 
.
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องร้อง อ๋อ! ทันที
.
เขาคือ เด็กวัย 6 ขวบ คนนั้น
บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? New

บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? . ชื่อของ บริดเจอร์ วอร์คเกอร์ (Bridger Walker) อาจไม่คุ้นหูผู้อ่าน . แต่ถ้าผมบอกว่า เขา คือ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ปกป้องน้องสาววัย 4 ขวบของตนจากสุนัขที่แสนดุ ด้วยเอาตัวเข้าไปบังเธอ จนตัวเองโดนกัดเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด . ผมเชื่อว่าทุกคนต้องร้อง อ๋อ! ทันที . เขาคือ เด็กวัย 6 ขวบ คนนั้น

“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” “จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว”
.
ผู้อ่านหลายคน คงเคยได้ยินคำคมนี้ผ่านหูกันนะครับ
ผมเองได้ยินคำพูดนี้ครั้งแรกจากโฆษณาชุดหนึ่งนานมาแล้วครับ
ต้องขออภัยจริงๆที่จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาตัวไหน
.
คำพูดสุดคลาสสิกนี้ เป็นวาทะของเลส บราวน์ (Les Brown) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และนักการเมืองของอเมริกา โดยมุ่งหมายให้คนทุกคน กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะทำ
.
“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” New

“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” . ผู้อ่านหลายคน คงเคยได้ยินคำคมนี้ผ่านหูกันนะครับ ผมเองได้ยินคำพูดนี้ครั้งแรกจากโฆษณาชุดหนึ่งนานมาแล้วครับ ต้องขออภัยจริงๆที่จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาตัวไหน . คำพูดสุดคลาสสิกนี้ เป็นวาทะของเลส บราวน์ (Les Brown) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และนักการเมืองของอเมริกา โดยมุ่งหมายให้คนทุกคน กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะทำ .

เคล็ดลับง่ายๆ สู่ความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต พูดถึง "ความสำเร็จ" ในชีวิต ใครๆ ก็คงอยากไปให้ถึงใช่ไหมครับ
ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน หรือ เรื่องไหนก็ตาม
ในอดีตครั้งที่ยังไม่มี หนังสือ How to Success วางขายเต็มแผงแบบทุกวันนี้ นักปราชญ์มักจะเป็นกูรูที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ผู้คนได้ จึงมีศิษย์จำนวนหนึ่งถามอาจารย์เซนว่า
เคล็ดลับง่ายๆ สู่ความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต

พูดถึง "ความสำเร็จ" ในชีวิต ใครๆ ก็คงอยากไปให้ถึงใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน หรือ เรื่องไหนก็ตาม ในอดีตครั้งที่ยังไม่มี หนังสือ How to Success วางขายเต็มแผงแบบทุกวันนี้ นักปราชญ์มักจะเป็นกูรูที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ผู้คนได้ จึงมีศิษย์จำนวนหนึ่งถามอาจารย์เซนว่า