หัวหน้าแบบ ลม และพระอาทิตย์

วันที่: 28 ม.ค. 2563 14:05:50     แก้ไข: 08 มี.ค. 2564 21:04:38     เปิดอ่าน: 919     Blogs

นิทานเด็กยังสอนผู้ใหญ่ได้ หากค่อยๆอ่านและคิดตามไป อย่างเช่น เรื่องลมกับพระอาทิตย์ ก็เป็นเรื่องที่สอนภาวะผู้นำได้ดี ไม่แพ้หลักการใดเลย
หากท่านใดลืมเนื้อหา เพราะเลยวัยเด็กมาเนิ่นนานแล้ว ผมก็ขอช่วยทวนคร่าวๆ ดังนี้ คงไม่ว่ากันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ลมได้ทักทายพระอาทิตย์ว่า

"เกลอเอ๋ย วันนี้อากาศปลอดโปร่ง เรามาหาอะไรทำฆ่าเวลากัน"

พร้อมบอกให้พระอาทิตย์ มองไปที่นักเดินทางที่สวมชุดคลุม

"เราสองคนมาแข่งกัน ใครทำให้ชุดคลุมของชายนั้นหลุดออกจากตัวได้ ก็ถือว่าผู้นั้น มีอำนาจมากกว่าละกัน"

หลังตกลงกัน ลมเริ่มก่อนและใช้พลังของตัวเอง เป่าไปยังชายนักเดินทาง หมายให้เสื้อคลุมปลิวออกจากร่างชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
แม้ตัวนักเดินทาง เซตามแรงลม แต่เขายังฝืนเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพื่อต้านมัน ลมก็ยิ่งเป่าให้แรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เขายอมสยบ แต่ไม่ว่าอย่างไร สองมือของเขายิ่งดึงเสื้อไว้แน่น ไม่ให้ถูกพัดปลิว สุดท้าย ลมก็หมดความพยายาม

"ตาฉันบ้าง" 

พระอาทิตย์บอกกับลม ก็จะเริ่มใช้พลังของตน ส่องแสงแดดอ่อนๆ ให้อากาศอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิดๆ เมื่อนักเดินทางก็รู้สึกตัวว่าอากาศร้อน หากยังใส่เสื้อคลุมต่อไปคงไม่ไหว จึงถอดเสื้อคลุมออก สุดท้าย พระอาทิตย์จึงเป็นฝ่ายชนะลมในที่สุด

เรื่องนี้ได้จบลง พร้อมคำสอน

“ความอ่อนโยน และการโน้มน้าว ย่อมได้ผลดีกว่าการใช้ความแข็งกร้าวและอำนาจเข้าข่ม”

ถึงตรงนี้ พอได้คำตอบไหมครับ ว่าหัวหน้าที่ดี ควรเป็นแบบไหน?

...พัดกรรโชก ดุดัน เด็ดขาดแบบลม หรือ ต้องอ่อนโยนและโน้มน้าวแบบพระอาทิตย์?

หลุมพรางของการเป็นหัวหน้าที่ดี มักเกิดเพราะการเลือกแบบใดแบบหนึ่ง
เพราะแท้จริง ไม่มีคำตอบตายตัว มีแต่คำว่า เหมาะกับสถานการณ์เท่านั้น


การโน้มน้าวแบบพระอาทิตย์ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อจูงใจทีมงาน และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี เช่น การสื่อสารเป้าหมาย เพื่อให้สมาชิกยอมรับ เกิดความท้าทาย ผูกพันกับเป้านั้น และอยากเดินทางไปสู่เป้าหมาย หรือ การกระตุ้น เพื่อให้เขารู้สึกตัว (awareness) อยากพัฒนาตนเองอย่างเต็มใจ

แต่ในบทที่ต้องควบคุม จัดการ การใช้ความเด็ดขาด เช่น การลงโทษพนักงานที่ผิดกฎ ทำงานไม่ถึงเป้าบ่อยครั้ง หรือ เป็นพิษร้ายของทีม
ความเด็ดขาดแบบลม ดูจะใช้การได้ดีกว่า เพราะ รวดเร็ว และเด็ดขาด ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามและทำลายความเป็นทีมและเป้าหมายที่ต้องทำ

ดังนั้น “ความอ่อนโยน และการโน้มน้าว ย่อมได้ผลดีกว่าการใช้ความแข็งกร้าวและอำนาจเข้าข่ม”
จึงเป็นคำสอนที่ต้องปรับใช้ให้ถูกสถานการณ์ด้วยจึงจะพาทีมไปสู่เป้าหมายได้

เมื่อใช้ทั้งสองวิธีให้เป็นและชำนาญ ทีมก็เกิดผลงานไปพร้อมๆกับ บรรยากาศที่ดี หรือ ที่เรียกว่า "High Performance Environment" ครับ
ลองอ่านนิทานเรื่องอื่นของลูกๆ หรือ หลานๆ เพิ่ม และถ้าได้ไอเดียในการทำงานเพิ่ม ลองมาคุยกันครับ :)


การพัฒนาความคิดและจิตใจตัวเอง คือ การนำตัวเอง (Lead Others) เพื่อบริหารจัดการทีมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทำงานที่ดี สร้างความผูกพันในทีมงาน (High Performance Environment & Engagement)
รายละเอียดหลักสูตร Leadership Development 
คลิก


Content: อนิรุทธิ์ ตุลสุข

รูปภาพประกอบ0 รูป   คลิกบนรูปภาพเพื่อแสดงภาพใหญ่

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน  "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ
รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้