เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณบ่งบอกดังนี้ New

วันที่: 20 ก.พ. 2563 16:12:10     แก้ไข: 20 ก.พ. 2563 16:13:58     เปิดอ่าน: 55     Blogs
โพสก่อนหน้านี้ ได้พูดถึง เรื่อง องค์กรไซโล (Silo Organization) จึงอยากขยายความ
เผื่อว่าท่านใดอยากรู้ว่า องค์กรเราแปรสภาพจากบริษัทเป็นไซโลไปรึยัง? จะสังเกตยังไงดี


เมื่อองค์กรคุณเริ่มเป็นไซโล จะมี 5 สัญญาณบ่งบอกดังนี้ ครับ

1. เริ่มรู้สึกว่าไม่รู้จักคนอื่นๆ นอกจากคนในทีมตัวเอง

2. เริ่มมีบรรยากาศการทำงานแบบ "พวกเขา" และ "พวกเรา" เป็น
พวกแผนกบัญชี พวกมาเก็ตติ้ง หรือ พวกเซลส์ ฯลฯ และรู้สึกว่าพวกทีมอื่นๆนี้
มักจะสร้างภาระ จนไม่อยากดีลงานด้วย เช่น พวกบัญชีชอบเขี้ยวในเรื่องไม่เป็นเรื่อง
จุกจิก หรือ พวกเซลส์ชอบรับปากลูกค้าและสร้างปัญหาตามมาเสมอ

3. พนักงานหลายคน เกิดความรู้สึกว่าไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม
ไม่มีความสุขกับการทำงาน ประสานงานลำบาก

4. พนักงานรู้สึกว่าแต่ละทีมทำงานซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากขาดการสื่อสารระหว่างกัน
ซึ่งนำไปสู่ความไร้ประสิทธิผลและสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานไป

5. ลูกค้าเริ่มบ่นว่าองค์กรของคุณทำงานไม่ประสานกัน จนเขาเสียความรู้สึกเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์
และได้รับประสบการณ์ที่แย่ๆ เมื่อต้องติดต่อองค์กรของคุณ เช่น "คราวที่แล้วติดต่อมา
บริษัทคุณไม่ส่งต่อข้อมูลกันรึไง" หรือ ทำนองว่า "เซลส์ของคุณบอกไว้อย่างนี้ ทำไมไม่ตรงกันล่ะ"

หากปล่อยไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดผลกระทบต่อองค์กรหลายด้าน
และหนีไม่พ้นผลประกอบการขององค์กรในท้ายที่สุด
ซึ่ง #ทุกคนจะโดนถ้วนหน้าไม่ว่าแผนกไหน

แม้เราจะรู้ว่าการแก้ไข ว่าต้องเริ่มที่ความคิด หรือ Mindset ที่เหมาะสม
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แม้แต่ HR

แต่วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ต้องเริ่มที่ทีมผู้บริหารระดับสูง (Executive team)
ตระหนักถึงผลกระทบนี้ และผู้บริหารทุกแผนก ต้องเป็นผู้เริ่มต้นแก้ไขร่วมกัน

เพราะองค์กรแบบไซโลยิ่งไม่เอื้อต่อการอยู่รอดและเติบโตทางธุรกิจยิ่งกว่ายุคก่อนมาก
เนื่องจากยุคนี้ การเรียนรู้ให้เร็วเป็นปัจจัยสำคัญ ทุกฝ่ายต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพงานให้เร็ว

รวมทั้งต้องประสานงาน ทำงานเป็นทีมให้มาก (cross-function)
เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีต่อบริการและผลิตภัณฑ์มากที่สุด (customer exprerience)

ตรงข้าม ต้องลดโครงสร้าง กฎระเบียบ และขั้นตอนต่าง ๆ ให้น้อยลง
เพื่อเอื้อการตัดสินใจของพนักงานเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์หน้างานให้มากที่สุดด้วย

ดังนั้น ถ้าอยากให้องค์กรเติบโต "ผู้นำ" ต้องเริ่มทำลายกำแพงไซโลที่ขวางกั้นก่อน
และเมื่อทำให้ผู้ตามร่วมแรงร่วมใจกันได้ "องค์กรของเรา" ก็จะเติบโตและอยู่รอดในยุคสมัยนี้ได้ครับ

----------------------------------
Content & PhotoKnowledge: อนิรุทธิ์ ตุลสุข

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน
องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน

องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน

สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? "จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้"
เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า

แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด 
มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม?

ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า
ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม
ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน
สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? New

"จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้" เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม? ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน

15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020 Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน
คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง
เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น
(ดู list นี้ใน comment แรก)

นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่
เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว
15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020 New

Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น (ดู list นี้ใน comment แรก) นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่ เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว

ถอดรหัส Trusted Leader ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader 
ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1)
อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people”
ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า 
เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ 
พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน
ถอดรหัส Trusted Leader New

ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1) อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people” ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน

7 สิงหาคม 1974 7 สิงหาคม 1974

ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์
ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น
ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด

เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น
7 สิงหาคม 1974 New

7 สิงหาคม 1974 ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น

โลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน ต้องอยู่อย่างไร? ในโลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน

“VUCA WORLD” หรือ โลกยุคใหม่ที่หมุนแร๊งส์และเร็วขึ้นมากนี้ 
เกิดขึ้นจากการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งส่งผลให้นับวัน
การเปลี่ยนแปลงยิ่งมีอัตราเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ 
จนยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคต
โลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน New

ต้องอยู่อย่างไร? ในโลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน “VUCA WORLD” หรือ โลกยุคใหม่ที่หมุนแร๊งส์และเร็วขึ้นมากนี้ เกิดขึ้นจากการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งส่งผลให้นับวัน การเปลี่ยนแปลงยิ่งมีอัตราเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคต