เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

วันที่: 11 ส.ค. 2563 11:05:20     แก้ไข: 11 ส.ค. 2563 11:05:20     เปิดอ่าน: 822     Blogs
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
.
"วันนี้ ถนนหน้าหมู่บ้านพี่รถติดมากนะครับ ถ้าเราเลี้ยวขวาตามทางปกติ เพื่อไปออกถนนใหญ่ ผมว่า ติดยาวแน่นอนครับ"
.
คนขับแท็กซี่ รบกวนผมอีกแล้ว เหมือนเดิมกับที่ผมเคยเล่าใน 2 โพส ก่อนหน้านี้เด๊ะ และทำให้ผมไม่บรรลุอัตถประโยชน์ของการนั่งแท๊กซี่อีกแล้ว
.
"เราลองไปออกด้านหลังซอยไหมครับ แล้วไปหาที่ยูเทิร์น วนขึ้นวงแหวน แล้วค่อยเข้าเส้นทางปกติ อ้อมหน่อย แต่น่าจะเร็วกว่า"
.
คนขับหนุ่มอายุยี่สิบปลายๆ แนะนำเส้นทางกับผม
.
ทางที่ว่ามา เป็นเส้นทางที่ผมก็ยังไม่เคยไปเลย
ก็ไม่รู้ว่ามันจะเวิร์คอย่างที่น้องคนขับว่าไหม
.
เพราะหลายครั้งที่โชเฟอร์แนะนำ มันมีน้อยครั้ง ที่จะเวิร์ค จริงๆ
บ้างก็เสนอ เพื่อให้ตัวเองขับสบาย ทำรอบได้เยอะ ไม่เจอรถติด หรือ เลือกทางที่ตัวเองถนัดมากกว่า ฯลฯ
.
แต่ด้วยนิสัยที่ความอยากรู้เป็นทุนเดิม ผมจึงตอบกลับไปว่า
.
"ตามนั้นเลยครับ ลองดู จะได้รู้ไว้ ว่ามันดีไม่ดี"
.
จากนั้น คนขับก็หักพวงมาลัย มุ่งไปย่งเส้นทางท้ายซอย ซึ่งอ้อมเล็กน้อย ระหว่างทาง น้องเค้าก้ชวนคุยไปเรื่อย
.
"ช่วงวันหยุด พี่ได้ไปเที่ยวที่ไหนไหมครับ?"
.
"ไม่อ่ะครับ ผมอยู่บ้านตลอดเลย" ผมตอบ
.
"ดีแล้วครับพี่ คนออกต่างจังหวัดกันเยอะมากเลย ผมเองก็กลับบ้านต่างจังหวัดมาครับ ปกติแค่ชั่วโมงกว่าๆ เอง นี่ใช้ไปเกือบ 6 ชั่วโมง"
.
"โห นานมากเลยนะครับ แต่ก็ยังดีนะได้ไปเยี่ยมครอบครัว"
.
"ครับ แต่ต่อไปก็ได้ไปอยู่ยาวละครับ เพราะผมจะเลิกขับแท็กซี่ กลับบ้านเกิดแล้วครับ"
.
"อ้าว ทำไมล่ะครับ ช่วงโควิดงานน้อยลง เลยกลับชั่วคราวรึ"
.
"เปล่าครับพี่ ว่าจะกลับถาวรเลย ที่จริง ผมขับแท็กซี่มาหลายปีแล้วครับ เพราะไม่ชอบทำงานออฟฟิศ ชอบงานอิสระมากกว่า"
.
"ที่นี้ ผมมองอนาคตแล้ว ผมว่าต่อไป น่าจะทำมาหากินได้ยากขึ้นครับ"
.
"อีกไม่กี่ปี กทม. ก็จะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าทั่วถึง พอระบบขนส่งมวลชนขยายตัว ลูกค้าเราก็น่าจะใช้บริการตรงนั้นมากขึ้น ผมเลยคิดว่าอีกหน่อย เค้าก็คงลดจำนวนแท็กซี่ลงด้วยครับ"
.
"ส่วนงานขนของ ตอนนี้ระบบโลจิสติกส์เอกชน ก็มีเยอะมากครับพี่ งานมันก็น่าจะน้อยลง"
.
"แล้วกลับบ้านจะไปทำไรครับ?" ผมถามต่อ
.
"พอดีมีที่มีทางน่ะครับ เลยว่าจะไปเลี้ยงไก่ ช่วงโควิดมา 2-3 เดือนนี้ ผมกลับไปอยู่บ้าน เลยลองศึกษามาสักพักละครับ มีญาติเป็นเกษตรกรด้วย แล้วก็ดูยูทูปด้วย เลยพอจะคำนวณได้ว่าถ้าจะให้คุ้มทุน และทำกำไรได้คงต้องเลี้ยงจำนวนมากๆ"
.
"ใจจริงก็อยากจะสร้างความแตกต่างด้วยครับ คือ ไก่ที่เลี้ยงอยากให้เป็นวัตถุดิบที่คุณภาพดี เลยว่าจะเลี้ยงแบบออแกนิก กับเลือกอาหารไก่ดีหน่อยครับ"
.
"ตอนนี้มีจุดที่ติดขัดหน่อย คือ ตลาดแถวบ้านจะรับไหม เพราะอย่างคนกรุงเทพ เค้าจะรู้ว่าคุณภาพวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพเป็นไง เค้าก็จะเลือกคัดสรร แต่แถวบ้านผมเค้าไม่รู้ความแตกต่างตรงนี้ และ เคยชินกับของเดิมๆ ที่ราคาถูกน่ะครับ"
.
"อันนี้ คิดว่าคงต้องลองศึกษานิสัยเค้าเพิ่มแล้วเข้าใจเขาเยอะๆ ครับ กลัวขายไม่ได้ 555"
.
คุยไปสักพัก ผมก็ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว เพราะเส้นทางที่เขาแนะนำ มันเวิร์คมาก เราจึงได้สนทนาแค่ช่วงสั้นๆ แค่นั้น
.
"ของพี่ลงตรงสะพานลอยนี้ใช้ไหมครับ ตัดบัตรนะครับ ขอบคุณมากครับพี่"
.
ผมคงไม่มีโอกาสรู้ว่า ความฝันครั้งใหม่อาชีพใหม่ของเขา มันจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า
.
แต่น้องเค้า ก็แสดงให้เห็นว่า เขารู้จักตัวเองพอสมควร ว่ามี passion ยังไง มีจุดแข็งจุดอ่อนแบบไหน
.
นอกจากนี้ ยังมีการมองปัจจัยภายนอกและคาดการณ์ถึงสิ่งที่อาจจะเกิด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า และสภาพการแข่งขันแล้ว
.
ไม่ว่า สิ่งที่เขาเลือกจะผิดหรือถูกในสายตาใคร
แต่ถ้าสัญชาตญาณของเขา มันบอกอย่างนั้น ก็ต้องลองทำมันไปเลยครับ!
.
วิสัยทัศน์ (Vision) มันก็แบบนี้แหละ ของใครของมัน
.
"เดี๋ยวถ้ารถมันติด ก็หาเส้นทางใหม่เอาอีกที"
--------------------------------------------------
Content: อนิรุทธิ์

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน  "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ
รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้