15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020 New

วันที่: 05 ก.พ. 2563 14:29:05     แก้ไข: 09 ก.พ. 2563 14:38:21     เปิดอ่าน: 7     Blogs
Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน
คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง
เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น


นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่
เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว


ยิ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถ ทำสิ่งต่างๆ ได้ทัดเทียม (หรือมากกว่า) มนุษย์เท่าไร
ยิ่งถูกคนทำงานมองว่า เป็นศัตรูตัวร้าย หรือ คู่แข่งขันที่จะมาทดแทนแรงงานคน
ไม่แปลกที่หลายคนเริ่มกังวลและกลัวว่า..

นี่คือ จุดเริ่มสงครามการแย่งอาชีพ ระหว่าง"หุ่นยนต์" และ "คน"

แล้วคนทำงานต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้?
ผมมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ครับ

1. "อย่าวิ่งแข่งกับม้า"
ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ นับตั้งแต่อดีต แม้แต่สัตว์อื่นๆ คนก็ไม่เคยเอาชนะได้

คนไม่มีพลังและคมเขี้ยวแบบเสือเพื่อล่าสัตว์อื่น ไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงวิ่งได้รวดเร็วเท่าม้า
แต่คนก็ยังรอดและวิวัฒนาการมาได้จนถึงปัจจุบัน และอยู่บนยอดพิระมิดของห่วงโซ่อาหารได้


งานบางอย่างหุ่นยนต์ทำได้ดีกว่าคนแน่ๆ เช่น การคำนวณเชิงตัวเลข
ความรวดเร็วและแม่นยำในกระบวนการ ฯลฯ ขนาดอดีตแชมป์โกะ มือ 1
อย่าง อี เซ-ดล ที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ AI อย่าง AlphaGo อย่างหมดรูปเลยครับ และตอนรีไทร์ เขาได้กล่าวว่า


“แม้ว่าผมจะได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่มันยังมีสิ่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้อยู่”

ดังนั้น อย่าไปวิ่งแข่งกับม้า เพราะวิ่งยังไงไม่ชนะ แต่ต้องหรือรู้จักวิธีควบคุม
และใช้งานม้าให้เป็น หรือดูว่าเราจะอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ได้อย่างไร
เพื่อให้เกิดการทำงานที่ลงตัวและได้ผลลัพธ์ขององค์กร


2. "มองหาคุณค่าที่แตกต่าง"
ใช้กลยุทธ์แบบน่านน้ำสีคราม (blue ocean) ลองมองหาคุณค่าอื่นๆ
ที่แตกต่างที่เรามอบให้องค์กรได้ ถ้าจุดแข็งของ "หุ่นยนต์" มีมากมาย
แต่จุดไหนล่ะที่ แมชชีนเหล่านี้ ยังไม่ตอบโจทย์ขององค์กร?


เช่น งานที่ต้องใช้ความรู้สึกระหว่างมนุษย์ด้วยกัน งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
ออกนอกกรอบ หรือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ฯลฯ
และพยายามเพิ่มศักยภาพของตัวเราในจุดนั้น


3. "พัฒนาทักษะความเป็นคน"

หนทางที่จะชนะได้เด็ดขาด คือ คงความเป็นมนุษย์ไว้ ซึ่งมันก็คือความสามารถทั่วๆไป
ที่ติดตัว และเป็นเอกลักษณ์ของคนที่แตกต่างจากสัตว์อื่นๆ และทำให้เรามีวิวัฒนาการมาจนวันนี้ได้


เช่น ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) อารมณ์ (Emotion) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
ความเข้าใจในนามธรรม (Abstract) ความลึกซึ้งในเรื่องคน (Human Insight)
ประสบการณ์ส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไป (Exprerience) ฯลฯ


ฟังดูเหมือนเรื่องเดิมๆ แต่ล้วนเป็นคุณค่าที่คนได้เปรียบหุ่นยนต์ชัดเจน อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาอันใกล้นี้


สิ่งเดียวที่น่าเป็นห่วง คือ ปัจจุบันคนเรายังมีจุดแข็งนี้ไหม?

เราสามารถการทำงานเป็นทีม ร่วมมือร่วมใจแบบสัตว์สังคมอยู่หรือเปล่า?

เราพยายามทำความเข้าใจ ลูกค้า ลูกน้อง หรือ คนรอบข้างอย่างแท้จริงไหม?
หรือมองแต่ ตรรกะ เหตุผล ว่าจำเป็นมากกว่า จนละทิ้ง จนเพิกเฉยปัจจัยด้านอารมณ์


เราใช้จินตนาการและประสบการณ์ เพื่อพัฒนางานได้ไหม? หรือยังคงทำเหมือนเดิม
โดย copy & paste ในทุกๆ ปี แล้วคาดหวัง ความมั่นคง หรือเงินเดือนและโบนัสที่มากกว่าเดิม


เพราะหากปราศจากความได้เปรียบเหล่านี้ คนก็จะไม่ต่างจากหุ่นยนต์
และคงไม่ต้องเดาว่าฝ่ายไหนจะเสียท่า

หากคนจะเป็นฝ่ายแพ้ในสงครามอาชีพนี้ ไม่ใช่เพราะหุ่นยนต์
แต่อาจเป็นตัวเราที่ตัดหนทางชนะด้วยตัวเอง


ดังนั้น เตรียมตัว Upskill / Reskill หรือ แม้แต่ Reinvent ทักษะความเป็นคนให้มากขึ้น
จะเป็นหนทาง ที่จะเติมเต็มความสำเร็จให้กับองค์กรในสิ่งที่ขาด และหากผสานและผนึกกำลังกับเทคโนโลยีได้
ทุกคนจะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงนี้ไปด้วยกัน และนี่คงเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ครับ

----------------------------------
Content: aniruthT
Photo: Webster2703 จาก Pixabay

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน
องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน

องค์กรไซโล (Silo Organization) หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงานมุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน

สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? "จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้"
เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า

แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด 
มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม?

ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า
ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม
ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน
สำหรับผู้นำ จินตนาการ หรือ ความรู้ สำคัญกว่ากัน? New

"จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้" เมื่อไอน์สไตน์ ว่าอย่างนั้น จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า แล้วผู้นำควรจะมีจินตนาการที่คิดโครงการแปลกใหม่ ไอเดียบรรเจิด มากกว่า เน้นความรู้วิชาการ งานวิจัยให้แน่นๆ ใช่ไหม? ฝ่ายที่เห็นด้วย จะยืดอกบอกตัวเองว่า ผู้นำต้องมีความฝันนำหน้า จึงถือว่ามีวิสัยทัศน์ มองไกล ไอเดียแจ่ม ดูอย่าง สตีฟ จ๊อบส์สิ จินตนาการของเขาทำให้ Apple เติบโตดีแค่ไหน

ถอดรหัส Trusted Leader ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader 
ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1)
อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people”
ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า 
เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ 
พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน
ถอดรหัส Trusted Leader New

ถอดรหัส Trusted Leader เมื่อ Leader ต้องนำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่สั่งการ (ตอนที่ 1) อย่างที่ Simon Sinek เคยกล่าวไว้ว่า “A boss has the title, a leader has a people” ถ้ามีคำถามว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เราแต่ละคน มีคนที่เราเรียกได้ว่า เป็น My trusted leader หรือผู้นำที่เราไว้วางใจ พร้อมจะเดินไปในทิศทางที่ผู้นำวางไว้ได้อย่างไม่เกี่ยงงอนซักกี่คน

7 สิงหาคม 1974 7 สิงหาคม 1974

ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์
ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น
ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด

เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น
7 สิงหาคม 1974 New

7 สิงหาคม 1974 ผู้คนเบื้องล่างตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นสังเกตเห็น ชายปริศนาคนหนึ่งปรากฎกายอยู่กลางอากาศระหว่างตึกแฝด เขายืนอยู่บนเส้นลวดที่ระดับความสูง 110 ชั้นของตึกที่สูงที่สุดของโลกในขณะนั้น

โลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน ต้องอยู่อย่างไร? ในโลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน

“VUCA WORLD” หรือ โลกยุคใหม่ที่หมุนแร๊งส์และเร็วขึ้นมากนี้ 
เกิดขึ้นจากการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งส่งผลให้นับวัน
การเปลี่ยนแปลงยิ่งมีอัตราเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ 
จนยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคต
โลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน New

ต้องอยู่อย่างไร? ในโลกใบใหม่ที่ไร้ทิศทางชัดเจน “VUCA WORLD” หรือ โลกยุคใหม่ที่หมุนแร๊งส์และเร็วขึ้นมากนี้ เกิดขึ้นจากการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งส่งผลให้นับวัน การเปลี่ยนแปลงยิ่งมีอัตราเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคต

เมื่อโลกหมุน ก็แค่ขยับตามไป "เศรษฐกิจ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีนะครับ"
ประโยคแรก ออกจากปากพี่โชเฟอร์แท็กซี่ ทันทีที่รถออกตัว

"ครับ" ผมตอบกลางๆ ไว้ก่อน เจตนาเพื่อเลี่ยงบทสนทนา "ที่อาจจะ" ไม่พึงประสงค์

เวลาโดยสารแท็กซี่ ผมเชื่อว่าหลายคนเคยทำเช่นเดียวกัน เพราะหลายหน 
ถ้าบทสนทนาไม่วกเข้าเรื่องการเมือง ก็ไม่พ้นเรื่อง เศรษฐกิจ ปากท้อง ฯลฯ
เมื่อโลกหมุน ก็แค่ขยับตามไป New

"เศรษฐกิจ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีนะครับ" ประโยคแรก ออกจากปากพี่โชเฟอร์แท็กซี่ ทันทีที่รถออกตัว "ครับ" ผมตอบกลางๆ ไว้ก่อน เจตนาเพื่อเลี่ยงบทสนทนา "ที่อาจจะ" ไม่พึงประสงค์ เวลาโดยสารแท็กซี่ ผมเชื่อว่าหลายคนเคยทำเช่นเดียวกัน เพราะหลายหน ถ้าบทสนทนาไม่วกเข้าเรื่องการเมือง ก็ไม่พ้นเรื่อง เศรษฐกิจ ปากท้อง ฯลฯ