15 อันดับ งานที่น่าสนใจ ปี 2020

วันที่: 05 ก.พ. 2563 14:29:05     แก้ไข: 16 ก.ค. 2563 11:06:19     เปิดอ่าน: 109     Blogs
Linkedin หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คของคนทำงาน
คาดการณ์ว่า 15 อันดับงานที่น่าสนใจ ในปี 2020 กว่าครึ่ง
เป็นอาชีพทางข้อมูล ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีโลกสมัยใหม่ทั้งนั้น


นี่คือ การตอกย้ำชัดเจนว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่
เป็นยุคของ Raise of the Machines แล้ว


ยิ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถ ทำสิ่งต่างๆ ได้ทัดเทียม (หรือมากกว่า) มนุษย์เท่าไร
ยิ่งถูกคนทำงานมองว่า เป็นศัตรูตัวร้าย หรือ คู่แข่งขันที่จะมาทดแทนแรงงานคน
ไม่แปลกที่หลายคนเริ่มกังวลและกลัวว่า..

นี่คือ จุดเริ่มสงครามการแย่งอาชีพ ระหว่าง"หุ่นยนต์" และ "คน"

แล้วคนทำงานต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้?
ผมมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ครับ

1. "อย่าวิ่งแข่งกับม้า"
ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ นับตั้งแต่อดีต แม้แต่สัตว์อื่นๆ คนก็ไม่เคยเอาชนะได้

คนไม่มีพลังและคมเขี้ยวแบบเสือเพื่อล่าสัตว์อื่น ไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงวิ่งได้รวดเร็วเท่าม้า
แต่คนก็ยังรอดและวิวัฒนาการมาได้จนถึงปัจจุบัน และอยู่บนยอดพิระมิดของห่วงโซ่อาหารได้


งานบางอย่างหุ่นยนต์ทำได้ดีกว่าคนแน่ๆ เช่น การคำนวณเชิงตัวเลข
ความรวดเร็วและแม่นยำในกระบวนการ ฯลฯ ขนาดอดีตแชมป์โกะ มือ 1
อย่าง อี เซ-ดล ที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ AI อย่าง AlphaGo อย่างหมดรูปเลยครับ และตอนรีไทร์ เขาได้กล่าวว่า


“แม้ว่าผมจะได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่มันยังมีสิ่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้อยู่”

ดังนั้น อย่าไปวิ่งแข่งกับม้า เพราะวิ่งยังไงไม่ชนะ แต่ต้องหรือรู้จักวิธีควบคุม
และใช้งานม้าให้เป็น หรือดูว่าเราจะอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ได้อย่างไร
เพื่อให้เกิดการทำงานที่ลงตัวและได้ผลลัพธ์ขององค์กร


2. "มองหาคุณค่าที่แตกต่าง"
ใช้กลยุทธ์แบบน่านน้ำสีคราม (blue ocean) ลองมองหาคุณค่าอื่นๆ
ที่แตกต่างที่เรามอบให้องค์กรได้ ถ้าจุดแข็งของ "หุ่นยนต์" มีมากมาย
แต่จุดไหนล่ะที่ แมชชีนเหล่านี้ ยังไม่ตอบโจทย์ขององค์กร?


เช่น งานที่ต้องใช้ความรู้สึกระหว่างมนุษย์ด้วยกัน งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
ออกนอกกรอบ หรือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ฯลฯ
และพยายามเพิ่มศักยภาพของตัวเราในจุดนั้น


3. "พัฒนาทักษะความเป็นคน"

หนทางที่จะชนะได้เด็ดขาด คือ คงความเป็นมนุษย์ไว้ ซึ่งมันก็คือความสามารถทั่วๆไป
ที่ติดตัว และเป็นเอกลักษณ์ของคนที่แตกต่างจากสัตว์อื่นๆ และทำให้เรามีวิวัฒนาการมาจนวันนี้ได้


เช่น ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) อารมณ์ (Emotion) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
ความเข้าใจในนามธรรม (Abstract) ความลึกซึ้งในเรื่องคน (Human Insight)
ประสบการณ์ส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไป (Exprerience) ฯลฯ


ฟังดูเหมือนเรื่องเดิมๆ แต่ล้วนเป็นคุณค่าที่คนได้เปรียบหุ่นยนต์ชัดเจน อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาอันใกล้นี้


สิ่งเดียวที่น่าเป็นห่วง คือ ปัจจุบันคนเรายังมีจุดแข็งนี้ไหม?

เราสามารถการทำงานเป็นทีม ร่วมมือร่วมใจแบบสัตว์สังคมอยู่หรือเปล่า?

เราพยายามทำความเข้าใจ ลูกค้า ลูกน้อง หรือ คนรอบข้างอย่างแท้จริงไหม?
หรือมองแต่ ตรรกะ เหตุผล ว่าจำเป็นมากกว่า จนละทิ้ง จนเพิกเฉยปัจจัยด้านอารมณ์


เราใช้จินตนาการและประสบการณ์ เพื่อพัฒนางานได้ไหม? หรือยังคงทำเหมือนเดิม
โดย copy & paste ในทุกๆ ปี แล้วคาดหวัง ความมั่นคง หรือเงินเดือนและโบนัสที่มากกว่าเดิม


เพราะหากปราศจากความได้เปรียบเหล่านี้ คนก็จะไม่ต่างจากหุ่นยนต์
และคงไม่ต้องเดาว่าฝ่ายไหนจะเสียท่า

หากคนจะเป็นฝ่ายแพ้ในสงครามอาชีพนี้ ไม่ใช่เพราะหุ่นยนต์
แต่อาจเป็นตัวเราที่ตัดหนทางชนะด้วยตัวเอง


ดังนั้น เตรียมตัว Upskill / Reskill หรือ แม้แต่ Reinvent ทักษะความเป็นคนให้มากขึ้น
จะเป็นหนทาง ที่จะเติมเต็มความสำเร็จให้กับองค์กรในสิ่งที่ขาด และหากผสานและผนึกกำลังกับเทคโนโลยีได้
ทุกคนจะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงนี้ไปด้วยกัน และนี่คงเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ครับ

----------------------------------
Content: aniruthT
Photo: Webster2703 จาก Pixabay

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง New

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 . หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ . เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ . เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง

บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร?
.
ชื่อของ บริดเจอร์ วอร์คเกอร์ (Bridger Walker) อาจไม่คุ้นหูผู้อ่าน
.
แต่ถ้าผมบอกว่า เขา คือ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ปกป้องน้องสาววัย 4 ขวบของตนจากสุนัขที่แสนดุ ด้วยเอาตัวเข้าไปบังเธอ จนตัวเองโดนกัดเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด 
.
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องร้อง อ๋อ! ทันที
.
เขาคือ เด็กวัย 6 ขวบ คนนั้น
บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? New

บริดเจอร์ วอล์คเกอร์ คือใคร? . ชื่อของ บริดเจอร์ วอร์คเกอร์ (Bridger Walker) อาจไม่คุ้นหูผู้อ่าน . แต่ถ้าผมบอกว่า เขา คือ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ปกป้องน้องสาววัย 4 ขวบของตนจากสุนัขที่แสนดุ ด้วยเอาตัวเข้าไปบังเธอ จนตัวเองโดนกัดเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด . ผมเชื่อว่าทุกคนต้องร้อง อ๋อ! ทันที . เขาคือ เด็กวัย 6 ขวบ คนนั้น

“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” “จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว”
.
ผู้อ่านหลายคน คงเคยได้ยินคำคมนี้ผ่านหูกันนะครับ
ผมเองได้ยินคำพูดนี้ครั้งแรกจากโฆษณาชุดหนึ่งนานมาแล้วครับ
ต้องขออภัยจริงๆที่จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาตัวไหน
.
คำพูดสุดคลาสสิกนี้ เป็นวาทะของเลส บราวน์ (Les Brown) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และนักการเมืองของอเมริกา โดยมุ่งหมายให้คนทุกคน กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะทำ
.
“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” New

“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” . ผู้อ่านหลายคน คงเคยได้ยินคำคมนี้ผ่านหูกันนะครับ ผมเองได้ยินคำพูดนี้ครั้งแรกจากโฆษณาชุดหนึ่งนานมาแล้วครับ ต้องขออภัยจริงๆที่จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาตัวไหน . คำพูดสุดคลาสสิกนี้ เป็นวาทะของเลส บราวน์ (Les Brown) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และนักการเมืองของอเมริกา โดยมุ่งหมายให้คนทุกคน กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะทำ .

เคล็ดลับง่ายๆ สู่ความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต พูดถึง "ความสำเร็จ" ในชีวิต ใครๆ ก็คงอยากไปให้ถึงใช่ไหมครับ
ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน หรือ เรื่องไหนก็ตาม
ในอดีตครั้งที่ยังไม่มี หนังสือ How to Success วางขายเต็มแผงแบบทุกวันนี้ นักปราชญ์มักจะเป็นกูรูที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ผู้คนได้ จึงมีศิษย์จำนวนหนึ่งถามอาจารย์เซนว่า
เคล็ดลับง่ายๆ สู่ความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต

พูดถึง "ความสำเร็จ" ในชีวิต ใครๆ ก็คงอยากไปให้ถึงใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน หรือ เรื่องไหนก็ตาม ในอดีตครั้งที่ยังไม่มี หนังสือ How to Success วางขายเต็มแผงแบบทุกวันนี้ นักปราชญ์มักจะเป็นกูรูที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ผู้คนได้ จึงมีศิษย์จำนวนหนึ่งถามอาจารย์เซนว่า

คณะละครสัตว์ดัง เซิร์ค ดู โซเลย์ ประกาศล้มละลายแล้ว! นับว่าเป็นหนึ่งในเคสที่ทำให้ผมใจหายช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้เลย
แม้ว่าผมไม่ได้เป็นแฟนพันธ์ุแท้ หรือเคยดูโชว์ของเขาก็ตาม
แต่มีความผูกพันแบบบางๆ เพราะคณะโชว์นี้ เคยเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ดีของการปรับกลยุทธ์ในแบบนวัตกรรมเพื่อเข้าสู่น่านน้ำใหม่ หรือ ที่เราคุ้นกันดีในชื่อ Blue Ocean Strategy นั่นเอง
คณะละครสัตว์ดัง เซิร์ค ดู โซเลย์ ประกาศล้มละลายแล้ว!

นับว่าเป็นหนึ่งในเคสที่ทำให้ผมใจหายช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้เลย แม้ว่าผมไม่ได้เป็นแฟนพันธ์ุแท้ หรือเคยดูโชว์ของเขาก็ตาม แต่มีความผูกพันแบบบางๆ เพราะคณะโชว์นี้ เคยเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ดีของการปรับกลยุทธ์ในแบบนวัตกรรมเพื่อเข้าสู่น่านน้ำใหม่ หรือ ที่เราคุ้นกันดีในชื่อ Blue Ocean Strategy นั่นเอง