Disruption หรือการเปลี่ยนแปลง

วันที่: 16 เม.ย. 2563 13:12:16     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 15:51:55     เปิดอ่าน: 1,249     Blogs
ไม่ได้กลัว Disruption หรือการเปลี่ยนแปลง
แต่กลัวอย่างเดียวว่า "ถ้าผู้นำพาไปไซโล พวกเราจะตายกันหมด"
.
ในวีคที่ผ่านมา เรารู้กันแล้วว่า ทำไม องค์กรแบบไซโลนั้นทำให้ประสิทธิภาพองค์กรในการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงด้อยลง
.
เพราะ จะทำให้ทุกแผนกทุกฝ่าย ขาดการรวมกำลังกัน แบ่งปันข้อมูลกัน เพื่อสร้างการเรียนรู้ ให้เกิดอย่างรวดเร็ว และหาแนวทางตอบโจทย์ลูกค้า จนไม่เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ
.
ผู้นำ เป็นกลุ่มคนสำคัญมากๆ ที่จะกำหนดทิศทางว่า จะพาองค์กรไปสู่ความเป็นไซโลหรือไม่? หากพวกเขาคำนึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่มองเป้าหมายร่วม องค์กรพร้อมเป็นไซโลแน่นอน และท้ายที่สุด ทุกคนในองค์กรจะได้รับผลกระทบถ้วนหน้า
.
จุดเริ่มของไซโล เกิดจากผู้นำบางคน ปกป้อง Ego ตัวเอง ปิดจุดอ่อนและความไม่รู้ของตน เพราะกลัวเสียหน้า กลัวโดนคนอื่นเล่นงาน ซึ่งอาจผลต่อ ความก้าวหน้าของตัวเอง ทำให้ต้องแอคท่าว่าเก่งในทุกเรื่อง (แม้แต่เรื่องที่ไม่ถนัด) ผลที่ตามมา คือ บรรยากาศของความไม่เชื่อใจกัน (Absent of Trust) และ "การเมืองในองค์กร"
.
เมื่อเกิดความไม่ไว้วางใจกัน ก็ต้องระวังไม่ล้ำเส้นคนอื่น จนเกิดบรรยากาศหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง (Fear of conflict หรือ อาจจะเคยเกิดขัดแย้งรุนแรงไปแล้วจนต้องระวังตัว)
.
ดังนั้นเวลาประชุม หรือ ร่วมงานกัน จึงทำแบบแกนๆ อาจถึงขั้นตกลงเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ไม่ให้ความร่วมมือยามลับหลังก็มี (Lack of commitment)
.
เมื่อมาถึงขั้นนี้ แม้เห็นว่าผู้บริหารคนอื่น อาจตัดสินใจไม่เหมาะสม ไม่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ก็ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากบอก เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องตน สู้เอาเวลามาทำผลงานเฉพาะทีมตัวเอง ประคองตัวให้รอดดีกว่า (Avoidance of accountability & Inattention to result)
.
การทำงานแบบไซโล ก็เกิดขึ้น
และองค์กรไซโล ก็ถือกำเนิดมาตรงนี้เอง
.
เมื่อเรื่องเริ่มที่คน ก็ต้องแก้ที่คน
การพัฒนาความคิดและทัศนะของผู้นำ จึงเป็นจุดเริ่มต้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราต้องย้อนกลับไปแก้ไข
.
และทำให้พวกเขาเข้าใจตรงกันว่า คนทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ เรามีข้อบกพร่องได้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ และมันสามารถเติมเต็มได้จากคนอื่นๆ ที่แตกต่างจากเรา หากผสานกันได้ จะเกิดเป็นพลัง ทำให้ทุกคนในองค์กรฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบาก และไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน
.
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แถมเป็นเรื่องที่ยากที่สุดด้วย แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มทำทันที ถ้าหวังให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงครับ
.
หากแก้ส่วนนี้ได้ การพัฒนาทักษะอื่นๆ อย่างการเพิ่มทักษะการสื่อสาร การบริหารทีมงาน ฯลฯ ไม่เป็นปัญหาใหญ่เท่าที่คิด
.
แต่ถ้ายังต่างคนต่างเอาเป้าของตัวเอง ระยะยาวจะไม่มีใครได้อะไรเลยครับ แม้แต่องค์กร
----------------------------------
Content & PhotoKnowledge: อนิรุทธิ์ ตุลสุข (Add เป็นเพื่อนกันได้ที่ https://www.linkedin.com/in/aniruth-tulsuk-832120118/ นะครับ)
เรียบเรียงจาก The Five Dysfunctions of a Team: Patrick Lencioni
---------------------------------
ย้อนอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อ
- องค์กรไซโลเป็นยังไง https://bit.ly/32hiku8
- ตรวจ 5 สัญญาน ที่บอกความเป็นไซโลขององค์กร https://bit.ly/37V00bn
----------------------------------
#CoachForGoalArticle #CFG #cfginfographic #Fotoknowledge
สร้างทัศนคติการทำงานให้ดีขึ้นในทุกวันแบบง่ายๆ
---------------------------------
รายละเอียดโปรแแกรมพัฒนาบุคลากรองค์กรที่
www.coachforgoal.com
.
ด่วน ! เราเพิ่มช่องทางอ่านบทความใหม่แล้ว ที่ Linkedin มาเป็นเพื่อนกันได้ที่
https://www.linkedin.com/company/coach-for-goal/
---------------------------------
Sources:
https://peopleleaders.com.au/how-to-interpret-lencionis-5-dysfunctions-of-a-team/
http://beyondthecodon.com/avoiding-the-5-dysfunctions-of-a-team-in-a-biomedical-research-lab/
Photo: People vector created by pikisuperstar/ Business vector created by freepik
 

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Effective Environment Management อยากให้ทีมทำงานดี ต้องมีบรรยากาศที่เหมาะสม เชื่อหรือไม่ว่า การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ และไม่สามารถสร้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละบุคคลภายในทีมมารวมกัน อีกทั้งการวัดผลการยาก เพราะการสร้างบรรยากาศแบบ Effective Environment ต้องอาศัย ความไว้วางใจซึ่งกันและกันภายในทีม ดังนั้นการบริหารแบบนี้ หัวหน้าโดยส่วนใหญ่ก็จะ รู้ว่าต้องทำ(What) และรู้ว่าต้องทำอย่างไร (How) ด้วย แต่มักจะปฏิบัติจริงไม่ค่อยสำเร็จมากนัก มาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไร?
Effective Environment Management อยากให้ทีมทำงานดี ต้องมีบรรยากาศที่เหมาะสม New

เชื่อหรือไม่ว่า การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ และไม่สามารถสร้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละบุคคลภายในทีมมารวมกัน อีกทั้งการวัดผลการยาก เพราะการสร้างบรรยากาศแบบ Effective Environment ต้องอาศัย ความไว้วางใจซึ่งกันและกันภายในทีม ดังนั้นการบริหารแบบนี้ หัวหน้าโดยส่วนใหญ่ก็จะ รู้ว่าต้องทำ(What) และรู้ว่าต้องทำอย่างไร (How) ด้วย แต่มักจะปฏิบัติจริงไม่ค่อยสำเร็จมากนัก มาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไร?

Developing Team Management ส่งเสริมทีมงาน ด้วยการบริหารแบบให้พวกเขาเก่งและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร การที่มีทีมงานที่เก่งขึ้น จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายด้านการเติบโต (Growth)ขององค์กร แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป คือ จิตใจของคน ซึ่งถ้าเขาสามารถทำงานที่รับผิดชอบได้สำเร็จหรือ ยิ่งทำงานยิ่งเก่ง ก็จะช่วยให้คนทำงานรู้สึกดีต่อองค์กรนั้นๆ จน ทำให้เกิด Engagement ต่อองค์กร ซึ่งวิธีที่จะพัฒนาคนให้เก่งขึ้นนั้น หลายคนคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหน้าที่หลักของหัวหน้างานโดยตรง การพัฒนาผู้นำให้บริหารทีมได้ มีแนวทางดังนี้
Developing Team Management ส่งเสริมทีมงาน ด้วยการบริหารแบบให้พวกเขาเก่งและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร New

การที่มีทีมงานที่เก่งขึ้น จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายด้านการเติบโต (Growth)ขององค์กร แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป คือ จิตใจของคน ซึ่งถ้าเขาสามารถทำงานที่รับผิดชอบได้สำเร็จหรือ ยิ่งทำงานยิ่งเก่ง ก็จะช่วยให้คนทำงานรู้สึกดีต่อองค์กรนั้นๆ จน ทำให้เกิด Engagement ต่อองค์กร ซึ่งวิธีที่จะพัฒนาคนให้เก่งขึ้นนั้น หลายคนคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหน้าที่หลักของหัวหน้างานโดยตรง การพัฒนาผู้นำให้บริหารทีมได้ มีแนวทางดังนี้

Effective Execution Management การบริหารให้กลยุทธ์เกิดผลและคนปฏิบัติงานได้ตามแผน จากการบริหารแบบ Diamond Management ซึ่งเป็นวิธีการบริหารที่สร้างความสมดุล ของเป้าหมายองค์กรทั้ง 4 ด้าน ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ สำหรับในบทความนี้ จะพูดถึง การบริหารแบบ Effective Execution ซึ่งเป็นการบริหาร ที่ทำให้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้สามารถนำไปปฏิบัติจริงจนส่งผลลัพธ์ให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ โดยหลักการของการบริหารแบบ Effective Execution มีดังนี้
Effective Execution Management การบริหารให้กลยุทธ์เกิดผลและคนปฏิบัติงานได้ตามแผน New

จากการบริหารแบบ Diamond Management ซึ่งเป็นวิธีการบริหารที่สร้างความสมดุล ของเป้าหมายองค์กรทั้ง 4 ด้าน ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ สำหรับในบทความนี้ จะพูดถึง การบริหารแบบ Effective Execution ซึ่งเป็นการบริหาร ที่ทำให้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้สามารถนำไปปฏิบัติจริงจนส่งผลลัพธ์ให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ โดยหลักการของการบริหารแบบ Effective Execution มีดังนี้

Driving Results Management บริหารเน้นผลลัพธ์ ทำให้วิสัยทัศน์เกิดเป็นแนวทางทำงานจริง หนึ่งในการบริหารแบบ Diamond Management คือ การบริหารแบบ “Driving Result” ซึ่งเป็นการบริหารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ด้านการเติบโต (Growth) กับการสร้าง ผลผลิตที่ดี (Productivity) การบริหารแบบนี้ให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องพัฒนาผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าประเภท Result- Oriented Leader มาทำความเข้าใจในบทความนี้กันว่า หัวหน้าแบบนี้มีลักษณะอย่างไร? และจะพัฒนา ผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?
Driving Results Management บริหารเน้นผลลัพธ์ ทำให้วิสัยทัศน์เกิดเป็นแนวทางทำงานจริง New

หนึ่งในการบริหารแบบ Diamond Management คือ การบริหารแบบ “Driving Result” ซึ่งเป็นการบริหารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ด้านการเติบโต (Growth) กับการสร้าง ผลผลิตที่ดี (Productivity) การบริหารแบบนี้ให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องพัฒนาผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าประเภท Result- Oriented Leader มาทำความเข้าใจในบทความนี้กันว่า หัวหน้าแบบนี้มีลักษณะอย่างไร? และจะพัฒนา ผู้จัดการให้เป็นหัวหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?

​Management Strategy in Uncertain World โลกในปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จนถึงขนาดว่ามีการให้นิยายของโลกยุคนี้ว่าเป็นโลก VUCA WORLD หรือโลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อนและคลุมเครือ และต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามอีกว่าเป็นโลคยุค BANI WORLD คือเป็นโลกที่เปราะบางและคาดการณ์อะไรไม่ได้ ซึ่งในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามนี้อีกเช่นกัน แต่ไม่ว่าโลกจะถูกนิยามว่าอะไร พื้นฐานอย่างหนึ่งของโลกยุคนี้ ก็คือ โลกที่ไม่มีความแน่นอน
​Management Strategy in Uncertain World New

โลกในปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จนถึงขนาดว่ามีการให้นิยายของโลกยุคนี้ว่าเป็นโลก VUCA WORLD หรือโลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อนและคลุมเครือ และต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามอีกว่าเป็นโลคยุค BANI WORLD คือเป็นโลกที่เปราะบางและคาดการณ์อะไรไม่ได้ ซึ่งในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามนี้อีกเช่นกัน แต่ไม่ว่าโลกจะถูกนิยามว่าอะไร พื้นฐานอย่างหนึ่งของโลกยุคนี้ ก็คือ โลกที่ไม่มีความแน่นอน

BANI WORLD  นิยามโลกใบใหม่ ใช้พัฒนาผู้นำองค์กรอย่างไร? นิยามใหม่ของโลกธุรกิจ เปลี่ยนจาก VUCA world เป็น BANI world แล้ว องค์กรควรจะต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคนอย่างไร?  บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญไม่ด้อยไปกว่า CEO หรือ ผุ้บริหารระดับสูง ที่จะพาให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคของ BANI World ได้ ก็คือ ผู้นำในระดับกลาง (Middle Management) เนื่องจากผู้บริหารระดับกลาง คือ ผู้นำที่ต้องประสานระหว่างองค์กรและพนักงาน โดยต้องส่งผ่านจุดมุ่งหมายที่องค์กรต้องการจะไป และสนับสนุนการทำงานของทีมงานให้ไปสู่เป้าหมายนั่นให้ได้
BANI WORLD นิยามโลกใบใหม่ ใช้พัฒนาผู้นำองค์กรอย่างไร? New

นิยามใหม่ของโลกธุรกิจ เปลี่ยนจาก VUCA world เป็น BANI world แล้ว องค์กรควรจะต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคนอย่างไร? บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญไม่ด้อยไปกว่า CEO หรือ ผุ้บริหารระดับสูง ที่จะพาให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคของ BANI World ได้ ก็คือ ผู้นำในระดับกลาง (Middle Management) เนื่องจากผู้บริหารระดับกลาง คือ ผู้นำที่ต้องประสานระหว่างองค์กรและพนักงาน โดยต้องส่งผ่านจุดมุ่งหมายที่องค์กรต้องการจะไป และสนับสนุนการทำงานของทีมงานให้ไปสู่เป้าหมายนั่นให้ได้