Dunning-Krugger Effect: ยิ่งรู้น้อย ยิ่งเข้าใจว่าตัวเองเก่งมาก

วันที่: 24 ก.ค. 2562 13:42:10     แก้ไข: 21 ก.ค. 2563 15:50:42     เปิดอ่าน: 678     Blogs
เคยสังเกตไหม ว่าทำไมบางคน จึงมั่นใจว่าตัวเองเก่งกว่าความเป็นจริง จนบางที เราถึงกับนึกว่า หากเขามีความสามารถนั้นได้เศษเสี้ยวของความมั่นใจคงจะดี 

คำตอบของสิ่งนี้ถูกเฉลยด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อนักจิตวิทยาสองคน ได้แก่ Dunning & Kruger ได้ทำการวิจัย ซึ่งสามารถสรุปใจความสั้นๆ ได้ว่า
ที่คนเรามั่นใจเกินความรู้ เพราะว่า "รู้น้อยจนไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรอีกมาก" 

ช่วงแรก ที่ไม่รู้อะไรเลย คนเรารู้ตัวดีว่ายังขาดความรู้ ต่อมา เมื่อเริ่มรู้เล็กน้อย หลายคนจะเกิดอาการ "ร้อนวิชา" และเข้าใจผิดว่า ตัวเองรู้มากเกินกว่าความเป็นจริง ความมั่นใจจะถาโถมเข้ามาจนล้นปรี่ บ้างก็คุยโวจนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของเพื่อนๆ

ปรากฏการณ์รู้น้อยแต่มั่นใจมาก จึงเกิดขึ้นตอนนี้ และเป็นอคติทางความคิด (Cognitive Bias) แบบหนึ่งที่ทำให้คนคิดและแสดงพฤติกรรมเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า "กบในกะลา" ที่เข้าใจว่าภายใต้กะลา คือ โลกทั้งหมด และไม่รู้ว่ายังมีโลกใบที่ใหญ่กว่าอยู่ จึงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ และไม่เห็นว่าต้องรู้อะไรเพิ่มอีก

ที่สำคัญ #มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่ตัวเรา และความหลงผิดนี้ เป็นศัตรูตัวร้ายลำดับต้นๆ ของการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง!!
จนกว่าจะมีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น และมากเพียงพอที่ทำให้รู้สึกตัวได้ว่า กะลาใบนั้นเป็นเพียงโลกปลอมๆ ที่ตนเองสร้างขึ้น และมันไม่ใช่โลกที่แท้จริง 


เมื่อเริ่มรู้สึกตัว การเรียนรู้ที่แท้จริง ก็เริ่มต้น ณ จุดเดียวกัน

ผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ (เรียกแบบนี้ เพราะคิดว่าเขาคงไม่เคยยืดอก เที่ยวป่าวประกาศตัวเองว่า ฉันคือนักปราชญ์นะโว้ย) จึงมักใช้วิธีนี้ เพื่อสร้างการเรียนรู้

เช่น ขงจื้อที่มองว่า หนทางสู่การเรียนรู้ คือ ต้องรู้ว่าตัวเองไม่รู้เสียก่อน 
ส่วนโสกราติส ที่อยู่ห่างออกไปในอีกซีกโลก ก็คิดคล้ายกัน
โดยแกมักบอกเสมอว่า “ข้าพเจ้ารู้อย่างเดียวว่าข้าพเจ้าไม่รู้”
(ซึ่งกลายเป็นวาทะซิกเนเจอร์ที่สร้างความประทับใจ และงงงวยแก่ผู้คนไปพร้อมๆกัน) เพื่อ เคาะกะโหลก เตือนตัวเองว่ายังต้องค้นหาความรู้อีกเยอะ
ยิ่งกว่านั้น แกยังเริ่มต้นเคาะกะโหลก เปิดกะลาคนอื่นๆ ด้วยการเที่ยวไล่ถามคนที่เข้าใจว่ารู้เยอะ รู้มากแล้ว จนคนพวกนั้นจนมุมกับคำถามพิสดารเจาะลึกของแก จนตระหนักรู้ตัว (ทั้งในแบบเต็มใจและไม่เต็มใจ) ว่าจริงๆแล้ว (กรู) ก็ไม่ได้รู้อะไรมากเท่าไรนี่หว่า 

เรียกว่าเป็นวิธีการสร้างการรู้ตัว (Self-awareness) ที่แสบสันต์ไม่เบา แต่ก็ได้ผลชะงัก

ขงจื้อ จากโลกไปแล้ว กว่า 2,500 ปี ...
ในอีกเกือบร้อยปีถัดมา โสกราติสก็ไม่อยู่เคาะกะโหลกใคร ให้ออกจากกะลาแล้ว .....

แต่ "ความไม่รู้" ยังคงอยู่กับเราทุกคนเหมือนเดิม
และ "การนึกว่าตัวเองรู้ทั้งๆ ที่ไม่รู้" ก็ยังตามติดกับคนบางคนต่อไป

ตราบเท่าที่ยังไม่รู้ตัวว่า ยังโลกใบนี้กว้างใหญ่กว่ากะลาที่ครอบอยู่ 
ความมั่นใจผิดๆ ที่ทำให้มนุษย์เราคุยโอ่ ทั้งที่รู้น้อย ก็ยังทำหน้าที่ของมันต่อไปเรื่อยๆ 


ว่าแต่ ตอนนี้คุณยังมีเรื่องไหน ที่มั่นใจว่าตัวเองเก่งมากๆ จนไม่ต้องเรียนรู้บ้างไหมล่ะ?

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 
อ้างอิง : Kruger and Dunning's 1999 study, "Unskilled and Unaware of It: How Difficulties in Recognizing One's Own Incompetence Lead to Inflated Self-Assessments"

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ  3 องค์ประกอบ  ได้แก่
1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่?
2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน
3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง
จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? New

เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่? 2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน 3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง

The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม  พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน

The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ 
ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง
The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ

ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง

ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม New

การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

Happy New Year 2021 ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า
Happy New Year 2021

ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3
.
หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
.
เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ
.
เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง
เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 New

เรื่องเล่าบนแท็กซี่ ภาค 3 . หลังหยุดยาว ก็เป็นปกติที่จำนวนรถบนท้องถนนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ . เช่นเคย ผมยังคงนั่งแท็กซี่ไปทำงานเป็นปกติ . เพราะการเรียกแท็กซี่ในปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เรากดมือถือ ก็มารับถึงหน้าบ้านได้เลย อีกทั้ง สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำอะไรกลายๆ อย่าง ระหว่างการเดินทาง