Dunning-Krugger Effect: ยิ่งรู้น้อย ยิ่งเข้าใจว่าตัวเองเก่งมาก

วันที่: 24 ก.ค. 2562 13:42:10     แก้ไข: 16 ม.ค. 2563 16:30:26     เปิดอ่าน: 282     Blogs
เคยสังเกตไหม ว่าทำไมบางคน จึงมั่นใจว่าตัวเองเก่งกว่าความเป็นจริง จนบางที เราถึงกับนึกว่า หากเขามีความสามารถนั้นได้เศษเสี้ยวของความมั่นใจคงจะดี 

คำตอบของสิ่งนี้ถูกเฉลยด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อนักจิตวิทยาสองคน ได้แก่ Dunning & Kruger ได้ทำการวิจัย ซึ่งสามารถสรุปใจความสั้นๆ ได้ว่า
ที่คนเรามั่นใจเกินความรู้ เพราะว่า "รู้น้อยจนไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรอีกมาก" 

ช่วงแรก ที่ไม่รู้อะไรเลย คนเรารู้ตัวดีว่ายังขาดความรู้ ต่อมา เมื่อเริ่มรู้เล็กน้อย หลายคนจะเกิดอาการ "ร้อนวิชา" และเข้าใจผิดว่า ตัวเองรู้มากเกินกว่าความเป็นจริง ความมั่นใจจะถาโถมเข้ามาจนล้นปรี่ บ้างก็คุยโวจนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของเพื่อนๆ

ปรากฏการณ์รู้น้อยแต่มั่นใจมาก จึงเกิดขึ้นตอนนี้ และเป็นอคติทางความคิด (Cognitive Bias) แบบหนึ่งที่ทำให้คนคิดและแสดงพฤติกรรมเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า "กบในกะลา" ที่เข้าใจว่าภายใต้กะลา คือ โลกทั้งหมด และไม่รู้ว่ายังมีโลกใบที่ใหญ่กว่าอยู่ จึงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ และไม่เห็นว่าต้องรู้อะไรเพิ่มอีก

ที่สำคัญ #มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่ตัวเรา และความหลงผิดนี้ เป็นศัตรูตัวร้ายลำดับต้นๆ ของการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง!!
จนกว่าจะมีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น และมากเพียงพอที่ทำให้รู้สึกตัวได้ว่า กะลาใบนั้นเป็นเพียงโลกปลอมๆ ที่ตนเองสร้างขึ้น และมันไม่ใช่โลกที่แท้จริง 


เมื่อเริ่มรู้สึกตัว การเรียนรู้ที่แท้จริง ก็เริ่มต้น ณ จุดเดียวกัน

ผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ (เรียกแบบนี้ เพราะคิดว่าเขาคงไม่เคยยืดอก เที่ยวป่าวประกาศตัวเองว่า ฉันคือนักปราชญ์นะโว้ย) จึงมักใช้วิธีนี้ เพื่อสร้างการเรียนรู้

เช่น ขงจื้อที่มองว่า หนทางสู่การเรียนรู้ คือ ต้องรู้ว่าตัวเองไม่รู้เสียก่อน 
ส่วนโสกราติส ที่อยู่ห่างออกไปในอีกซีกโลก ก็คิดคล้ายกัน
โดยแกมักบอกเสมอว่า “ข้าพเจ้ารู้อย่างเดียวว่าข้าพเจ้าไม่รู้”
(ซึ่งกลายเป็นวาทะซิกเนเจอร์ที่สร้างความประทับใจ และงงงวยแก่ผู้คนไปพร้อมๆกัน) เพื่อ เคาะกะโหลก เตือนตัวเองว่ายังต้องค้นหาความรู้อีกเยอะ
ยิ่งกว่านั้น แกยังเริ่มต้นเคาะกะโหลก เปิดกะลาคนอื่นๆ ด้วยการเที่ยวไล่ถามคนที่เข้าใจว่ารู้เยอะ รู้มากแล้ว จนคนพวกนั้นจนมุมกับคำถามพิสดารเจาะลึกของแก จนตระหนักรู้ตัว (ทั้งในแบบเต็มใจและไม่เต็มใจ) ว่าจริงๆแล้ว (กรู) ก็ไม่ได้รู้อะไรมากเท่าไรนี่หว่า 

เรียกว่าเป็นวิธีการสร้างการรู้ตัว (Self-awareness) ที่แสบสันต์ไม่เบา แต่ก็ได้ผลชะงัก

ขงจื้อ จากโลกไปแล้ว กว่า 2,500 ปี ...
ในอีกเกือบร้อยปีถัดมา โสกราติสก็ไม่อยู่เคาะกะโหลกใคร ให้ออกจากกะลาแล้ว .....

แต่ "ความไม่รู้" ยังคงอยู่กับเราทุกคนเหมือนเดิม
และ "การนึกว่าตัวเองรู้ทั้งๆ ที่ไม่รู้" ก็ยังตามติดกับคนบางคนต่อไป

ตราบเท่าที่ยังไม่รู้ตัวว่า ยังโลกใบนี้กว้างใหญ่กว่ากะลาที่ครอบอยู่ 
ความมั่นใจผิดๆ ที่ทำให้มนุษย์เราคุยโอ่ ทั้งที่รู้น้อย ก็ยังทำหน้าที่ของมันต่อไปเรื่อยๆ 


ว่าแต่ ตอนนี้คุณยังมีเรื่องไหน ที่มั่นใจว่าตัวเองเก่งมากๆ จนไม่ต้องเรียนรู้บ้างไหมล่ะ?
อ้างอิง : Kruger and Dunning's 1999 study, "Unskilled and Unaware of It: How Difficulties in Recognizing One's Own Incompetence Lead to Inflated Self-Assessments"

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีง่ายๆ เพื่อสร้างทีมงานให้พลิกฟื้นธุรกิจได้ ด้วย Formation X การคลายล็อคดาวน์ล่าสุด ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มมีความหวัง
เพราะช่วยให้สถานการณ์ทางธุรกิจขยับตัวได้มากขึ้น

แม้ยังคงมีหลายที่ยังไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็น
อีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน จากข่าวการแพร่ระบาดรอบสองที่ปักกิ่ง
ที่ทำให้ความมั่นใจของผู้คนเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง
วิธีง่ายๆ เพื่อสร้างทีมงานให้พลิกฟื้นธุรกิจได้ ด้วย Formation X New

การคลายล็อคดาวน์ล่าสุด ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มมีความหวัง เพราะช่วยให้สถานการณ์ทางธุรกิจขยับตัวได้มากขึ้น แม้ยังคงมีหลายที่ยังไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็น อีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน จากข่าวการแพร่ระบาดรอบสองที่ปักกิ่ง ที่ทำให้ความมั่นใจของผู้คนเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง

การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว
Webinar ผ่านไปสองตอนแล้ว ผมถือโอกาสสรุป เผื่อใครยังไม่มีเวลาดูนะครับ

EP.1 นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ในสถานการณ์วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น Covid-19 หรืออื่นๆก็ตาม
การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว New

การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว Webinar ผ่านไปสองตอนแล้ว ผมถือโอกาสสรุป เผื่อใครยังไม่มีเวลาดูนะครับ EP.1 นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ในสถานการณ์วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น Covid-19 หรืออื่นๆก็ตาม

เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน?

ผมขอเปรียบแบบนี้ เพราะว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องเผชิญบางครั้งมันมาจากผลที่ตามมาจากวิกฤติมากกว่าตัววิกฤติโดยตรง
เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? New

เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? ผมขอเปรียบแบบนี้ เพราะว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องเผชิญบางครั้งมันมาจากผลที่ตามมาจากวิกฤติมากกว่าตัววิกฤติโดยตรง

Sinking of The TITANIC EP.2  Sinking of The TITANIC EP.2 เราเป็นลูกน้องแบบไหนในวันเรือแตก

“พอให้ Work from home ก็บ่น อยากเข้าออฟฟิศ พอให้เข้าออฟฟิศก็บ่นกลัวโควิด เอาใจไม่ถูกละ”
Sinking of The TITANIC EP.2 New

Sinking of The TITANIC EP.2 เราเป็นลูกน้องแบบไหนในวันเรือแตก “พอให้ Work from home ก็บ่น อยากเข้าออฟฟิศ พอให้เข้าออฟฟิศก็บ่นกลัวโควิด เอาใจไม่ถูกละ”

Sinking of The TITANIC EP.1 Sinking of The TITANIC EP.1 เรามีหัวหน้าแบบไหนในวันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง

“หัวหน้าผม วางแผนทำ Worst case scenario ก่อนใครเลยพี่ แต่ยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย”
Sinking of The TITANIC EP.1 New

Sinking of The TITANIC EP.1 เรามีหัวหน้าแบบไหนในวันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง “หัวหน้าผม วางแผนทำ Worst case scenario ก่อนใครเลยพี่ แต่ยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย”

New Normal New Normal เดิมเป็นคำที่ Bill Gross นักลงทุนในตราสารหนี้ชื่อดัง นำมาใช้เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงวิกฤติซัพไพร์ม (Subprime) หมายถึง ลักษณะการเติบโตทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม จนเป็นแบบแผนใหม่ บรรทัดฐานใหม่
New Normal New

New Normal เดิมเป็นคำที่ Bill Gross นักลงทุนในตราสารหนี้ชื่อดัง นำมาใช้เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงวิกฤติซัพไพร์ม (Subprime) หมายถึง ลักษณะการเติบโตทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม จนเป็นแบบแผนใหม่ บรรทัดฐานใหม่