How to Create Willingness at Work

วันที่: 19 ธ.ค. 2561 11:56:54     แก้ไข: 19 ธ.ค. 2561 13:16:03     เปิดอ่าน: 314     Blogs
จากที่ผมเคยพูดคุยกับผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ทั้งที่มีประสบการณ์ หรือเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ สิ่งที่ยากและสร้างความปวดหัวเป็นอย่างมาก กลับไม่ใช้งานยากที่ท้าทาย แต่กลับเป็นเรื่อง “การบริหารคน”  ที่มักจะ “ทำ”หรือ “ไม่ทำ” อะไรตามที่ผู้บริหารต้องการอยู่เสมอ หรืออาจเรียกง่ายๆว่า “ขาดความใส่ใจในการทำงาน” บางเรื่องก็ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่อง Common Sense ธรรมดาๆ แต่ทำไมกลับคิดเองไม่ได้  หรือ บางเรื่องก็เป็นเรื่องสำคัญต่อองค์กร หรือความเป็นความตายของงาน กลับทำเฉยๆ แล้วดูไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร

จนหัวหน้าหลายคนตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับคนของเขา? ทีมงานไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่มีไหวพริบหรือเปล่า? แต่คำตอบส่วนใหญ่ ก็จะเหมารวมว่า ทีมงานหรือลูกน้องคนนั้นๆ “ทัศนคติ” ไม่ดี เป็นตัวก่อปัญหาให้ทีมงาน และทางแก้ที่มักทำกันคือ การเพิกเฉยต่อเขาจนกลายปัญหาเรื้อรังในหน่วยงาน!  

จากปัญหาเพียงปัญหาเดียวว่า “ทำไมลูกน้องถึงไม่ใส่ใจในการทำงานเท่าที่ควร”  ผมว่าสาเหตุของปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้หลายทางมาก  บางคนอาจเกิดจากปัจจัยภายในของตัวลูกน้องเอง แต่ในบางคนอาจเกิดปัจจัยแวดล้อมภายนอกตัวเขาก็ได้  สำหรับในครั้งนี้ผมขอกล่าวถึงเฉพาะในส่วนปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในตัวลูกน้องก่อนนะครับ

ก่อนตอบปัญหานี้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ความใส่ใจ” หรือ Willingness ของคนเกิดขึ้นจากอะไร?

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ตามลำดับเริ่มจาก   I Know”  ก่อนแล้วนำไปสู่ I Understand” จนเกิด “I Can” จนผลสุดท้ายเกิด I Will” ดังนั้นการจะสร้างความใส่ใจในการทำงานจึงมีขั้นตอน ไม่ใช่แค่เพียงบอกให้ “รู้” จะนำไปสู่ “ความใส่ใจ” ได้เลย

ขั้นตอนแรก การบอกให้ “รู้” จะเป็นขั้นของ “สมอง” เป็นเรื่องของเหตุและผล การทำแค่เพียงสั่งๆ โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุ สมผลมาประกอบ ก็อาจทำให้คนรับรู้สึกว่ายังมีอะไรติดๆอยู่ อย่าคาดหวังว่าจะกระโดดไปถึงขั้นใส่ใจเลย แต่ขั้นรู้ ก็อาจจะยังไม่เกิดขึ้น

ขั้นที่สอง “เข้าใจ” ขั้นนี้เป็นขั้นที่เกี่ยวข้องกับ “จิตใจและอารมณ์” ล้วนๆ ดังนั้นขึ้นนี้คือขั้นการทำให้ลูกน้องมีความรู้สึกที่ดี และยอมรับมัน ซึ่งต้องอาศัยการเปิดใจซึ่งกันละกัน ขั้นนี้อาจจะใช้เวลาบ้าง แต่ถ้าเปลี่ยนใจลูกน้องได้ คุณจะได้ลูกน้องทีมีทัศนคติที่ดีต่องานชิ้นนั้นๆเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

ขั้นที่สาม “สามารถ” ขั้นนี้เกี่ยวข้องกับ “การลงมือทำ” ซึ่งขั้นนี้จะช่วยเสริมทั้งทักษะ และทัศนคติ เพราะการได้ลงมือทำ ลูกน้องนั้นจะพบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด แต่การมาถึงขั้นนี้ได้ อย่าลืมว่าต้องผ่านสองขั้นก่อนหน้านี้มาก่อนนะครับ เพราะถ้าไม่ผ่าน นอกจากจะไม่ส่งผลดีแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกว่าเป็นการกดดัน หรือบีบบังคับได้

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าหัวหน้าคนใดที่ได้ทำสามขั้นตอนนี้ครบ จะทำให้ลูกน้อง “เกิดความใส่ใจ” ในการทำงานมากขึ้น ถึงแม้จะเสียเวลาไปบ้างในช่วงเริ่มต้นเมื่อเปรียบเทียบกับการสั่งการไปเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ลูกน้องที่มีความตั้งใจในงาน และลดเวลาที่อาจใช้ในการแก้ไขปัญหาที่จะตามมาอีกมากมาย
“คุ้มมาก! ลองทำดูนะครับ”  

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีง่ายๆ เพื่อสร้างทีมงานให้พลิกฟื้นธุรกิจได้ ด้วย Formation X การคลายล็อคดาวน์ล่าสุด ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มมีความหวัง
เพราะช่วยให้สถานการณ์ทางธุรกิจขยับตัวได้มากขึ้น

แม้ยังคงมีหลายที่ยังไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็น
อีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน จากข่าวการแพร่ระบาดรอบสองที่ปักกิ่ง
ที่ทำให้ความมั่นใจของผู้คนเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง
วิธีง่ายๆ เพื่อสร้างทีมงานให้พลิกฟื้นธุรกิจได้ ด้วย Formation X New

การคลายล็อคดาวน์ล่าสุด ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มมีความหวัง เพราะช่วยให้สถานการณ์ทางธุรกิจขยับตัวได้มากขึ้น แม้ยังคงมีหลายที่ยังไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็น อีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน จากข่าวการแพร่ระบาดรอบสองที่ปักกิ่ง ที่ทำให้ความมั่นใจของผู้คนเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง

การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว
Webinar ผ่านไปสองตอนแล้ว ผมถือโอกาสสรุป เผื่อใครยังไม่มีเวลาดูนะครับ

EP.1 นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ในสถานการณ์วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น Covid-19 หรืออื่นๆก็ตาม
การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว New

การรบครั้งนี้ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว Webinar ผ่านไปสองตอนแล้ว ผมถือโอกาสสรุป เผื่อใครยังไม่มีเวลาดูนะครับ EP.1 นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ในสถานการณ์วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น Covid-19 หรืออื่นๆก็ตาม

เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน?

ผมขอเปรียบแบบนี้ เพราะว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องเผชิญบางครั้งมันมาจากผลที่ตามมาจากวิกฤติมากกว่าตัววิกฤติโดยตรง
เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? New

เราเจ็บเพราะมังกรหรือไฟของมัน? ผมขอเปรียบแบบนี้ เพราะว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องเผชิญบางครั้งมันมาจากผลที่ตามมาจากวิกฤติมากกว่าตัววิกฤติโดยตรง

Sinking of The TITANIC EP.2  Sinking of The TITANIC EP.2 เราเป็นลูกน้องแบบไหนในวันเรือแตก

“พอให้ Work from home ก็บ่น อยากเข้าออฟฟิศ พอให้เข้าออฟฟิศก็บ่นกลัวโควิด เอาใจไม่ถูกละ”
Sinking of The TITANIC EP.2 New

Sinking of The TITANIC EP.2 เราเป็นลูกน้องแบบไหนในวันเรือแตก “พอให้ Work from home ก็บ่น อยากเข้าออฟฟิศ พอให้เข้าออฟฟิศก็บ่นกลัวโควิด เอาใจไม่ถูกละ”

Sinking of The TITANIC EP.1 Sinking of The TITANIC EP.1 เรามีหัวหน้าแบบไหนในวันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง

“หัวหน้าผม วางแผนทำ Worst case scenario ก่อนใครเลยพี่ แต่ยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย”
Sinking of The TITANIC EP.1 New

Sinking of The TITANIC EP.1 เรามีหัวหน้าแบบไหนในวันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง “หัวหน้าผม วางแผนทำ Worst case scenario ก่อนใครเลยพี่ แต่ยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย”

New Normal New Normal เดิมเป็นคำที่ Bill Gross นักลงทุนในตราสารหนี้ชื่อดัง นำมาใช้เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงวิกฤติซัพไพร์ม (Subprime) หมายถึง ลักษณะการเติบโตทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม จนเป็นแบบแผนใหม่ บรรทัดฐานใหม่
New Normal New

New Normal เดิมเป็นคำที่ Bill Gross นักลงทุนในตราสารหนี้ชื่อดัง นำมาใช้เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงวิกฤติซัพไพร์ม (Subprime) หมายถึง ลักษณะการเติบโตทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม จนเป็นแบบแผนใหม่ บรรทัดฐานใหม่