Sinking of The TITANIC EP.1

วันที่: 16 เม.ย. 2563 13:20:07     แก้ไข: 16 ก.ค. 2563 11:05:37     เปิดอ่าน: 472     Blogs
Sinking of The TITANIC EP.1 เรามีหัวหน้าแบบไหนในวันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง
.
“หัวหน้าผม วางแผนทำ Worst case scenario ก่อนใครเลยพี่ แต่ยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย”
.
“เครียดพี่ เจ้านายหน้าดำคร่ำเครียด ไม่พูดไม่บอกอะไรเลย เราก็เครียดไปด้วย”
.
“ ตอนนี้ทำตามแผนสำรองแล้วพี่ ดีที่เจ้านายวางแผนไว้ก่อน สื่อสารกันเข้าใจทำตามแผน เลยไม่ลำบากมาก”
.
สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติที่น้องๆหลายคนมักจะโทรมาหาข้าพเจ้าเพื่อเล่าสู่กันฟังถึงสถานการณ์ความเป็นมาเป็นไปในตลาด ในสถานการณ์ที่หลายๆองค์กร เริ่มอยู่ในช่วงวิกฤติทั้งยอดขายและการบริหารจัดการ หลายๆสถานการณ์ทำให้เราไม่แน่ใจว่านาวาอาชีพของเรา ที่ชนกับภูเขาน้ำแข็งก้อนใหญ่ภายใต้ชื่อ COVID-19 นั้น จะแล่นไปไกลได้แค่ไหน
.
ด้วยเหตุที่ทำงานด้านการพัฒนาผู้นำ ข้าพเจ้าจึงมักจะอดไม่ได้ที่จะสอบถาม เรื่องการรับมือของผู้นำ
.
ในภาวะวิกฤติของแต่ละองค์กรซึ่งปัญหาหลักๆที่เห็นของ Leader หรือ ผู้นำ มักจะมีอยู่ 2 ประการคือ Direction (การกำหนดทิศทาง) และ Communication (การสื่อสาร)
.
บางท่านวางแผนมาอย่างดี Plan A – Z แต่ท่านไม่สั่งการ ไม่ตัดสินใจซักอย่าง ทีมงานก็เริ่มหน้าเขียว
.
เพราะอึดอัดขัดใจ จะตัดสินใจก็กลัวเกินหน้า กลายเป็นเดินหน้าถอยหลัง ไม่ไปในทิศทางไหนซะที
.
บางท่านก็เคร่งเครียด วางแผนคิดหาทางแก้ไขปัญหาอยู่ในใจ แต่ไม่อยากสื่อสารออกไปให้ใครรู้
.
กลายเป็นทีมงานก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิต จะถามก็ไม่กล้า กลัวเจ้านายไม่พอใจ
.
“หรือผมควรจะถามเจ้านายไปตรงๆเลยพี่ว่าจะเอายังไง”
ข้าพเจ้าแนะนำให้ถามได้ แต่อยากให้ท่านเข้าใจ และมองหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง
.
หัวหน้าที่ไม่ตัดสินใจ มักจะกังวลใจในผลลัพธ์ที่จะออกมา ท่านต้องเสนอทางเลือกให้หัวหน้าเห็นอย่างชัดเจนของการตัดสินใจในทางเลือกนั้นๆ และสนับสนุนว่าท่านเห็นด้วยกับแนวทางใด
.
หัวหน้าที่เคร่งเครียดและไม่ยอมสื่อสาร อยากให้ท่านมีเมตตากับหัวหน้า เดินไปบอกเลยว่า
.
ท่านเข้าใจว่าหัวหน้ารู้สึกอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้มีสิ่งใดให้ท่านช่วยได้ ท่านยินดี
.
และสอบถามตรงไปตรงมาเลยว่า ท่านอยากรู้ว่าสถานการณ์ที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร
.
ที่บอกเช่นนี้ได้ เพราะข้าพเจ้านั้นเคยผิดพลาดมา
เมื่อเป็นหัวหน้าในเวลาวิกฤติ ก็มักจะระมัดระวังจนเกินเหตุเพราะกลัวว่าถ้าตัดสินใจผิดพลาดไป จะล้มละลายทั้งทีม
.
ที่เคร่งเครียดมากไปเพราะ “คิดไปเอง” ว่า ถึงบอกไปลูกน้องก็ไม่เข้าใจ อยากที่จะแบกรับไว้คนเดียว
.
และเมื่อเคยผ่านประสบการณ์เรือแตกมา ข้าพเจ้าจึงซึ้งใจว่ามันเป็นเช่นไร
.
Next Episode: Sinking of The TITANIC EP.2 แล้วเราเป็นลูกเรือแบบไหนในวันเรือแตก
.
Content by Aj. Luckana
Image: Pixabay
---------------------------------
#CoachForGoalArticle #CFG
สร้างทัศนคติการทำงานให้ดีขึ้นในทุกวันแบบง่ายๆ
---------------------------------
รายละเอียดโปรแแกรมพัฒนาบุคลากรองค์กรที่
www.coachforgoal.com
.
ด่วน ! ติดตามบทความ Exclusive สำหรับคนทำงานได้ ที่ Linkedin

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน  "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ
รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน?? เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งกระจกทั้ง 6 ด้านก็คือ

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้