ประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน เริ่มสร้างได้จากหัวหน้างาน New

วันที่: 03 ต.ค. 2564 12:06:52     แก้ไข: 03 ต.ค. 2564 12:26:51     เปิดอ่าน: 388     Blogs
งานวิจัยของ McKinsey บอกว่าพนักงานที่มีประสบการณ์ที่ดีกับองค์กรนั้น จะมีความผูกพันมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์ไม่ดี มากถึง 18 เท่าครับ
ซึ่งการจะประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน (Employee Experience) ได้ ก็ต้องรู้จักการสร้างบรรยากาศที่ดี (Work Environtment) ในการทำงาน เพียงแต่รายละเอียดที่ต้องปรับเพิ่ม ก็คือ คนทำงานรุ่นใหม่ๆ จะมีความแตกต่างจากยุคเดิมในบางเรื่องครับ
แนวคิดจาก McKinsey จึงแนะนำว่า ให้มองการสร้างประสบการณ์ในสามด้านที่สำคัญ นั่นคือ
1. Social Experience คือ ด้านสังคมในที่ทำงาน หรือ ความสัมพันธ์ระหว่างคนในออฟฟิศ ว่าพนักงานของเรารุ้สึกว่า เป็นส่วนหนึ่งของสังคมในที่ทำงานไหม รู้สึกว่าทำงานเป็นทีมหรือเปล่า หรือ แม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวพวกเขากับหัวหน้างานเป็นอย่างไร
ถ้าพนักงานรู้สึกว่าผู้คนในที่ทำงานไม่เป็นมิตร แต่เป็นพิษมากกว่า (Toxic People) ก็จะทนทำงานตามหน้าที่ เพียงเพื่อให้ได้เงินเลี้ยงชีพแต่ละเดือนเท่านั้นครับ
ในยุคใหม่นี้ ความสัมพันธ์ในการทำงานต่างจากเดิมค่อนข้างมากครับ เพราะว่าในบ้านเราเดิมทีจะมีการเคารพผู้อาวุโส เหมือนเป็นญาติพี่น้อง ที่อาจเน้นความเป็นมืออาชีพมากกว่า ประกอบกับสภาพแวดล้อมในการทำงานเปลี่ยนไป ที่การแข่งขันต่างๆ มากขึ้น จนเกิดความเครียดในการทำงานมากกว่ายุคก่อน
ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในที่ทำงานอาจเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ดังนั้นประสบการณ์ด้านความสัมพันธ์นี้ จึงควรต้องพิจารณาสิ่งเปล่านี้และปรับให้ทันยุคสมัยด้วยครับ
2. Work Experience คือ ด้านการทำงาน ด้านนี้เน้นที่ตัวงานครับ ว่ามีความชัดเจนแค่ไหน มีทรัพยากรที่เพียงพอให้ทำงานบรรลุเป้าหมายได้ไหม
สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ ยุคเดิมพนักงานยึดกับหน้าที่และความรับผิดชอบ พร้อมมองว่าหัวหน้า คือ ผู้ที่จะกำหนดทิศทางการทำงานแทบทุกอย่าง การปฏิบัติตามคำสั่งจึงไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับคนยุคใหม่ ก็คือ งานนั้นต้องมีอิสระในการคิดในการทำงานพอสมควร และอาจมองว่างานที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น เป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์ได้

อีกส่วนคือ การสร้างความเติบโตในหน้าที่การงานที่ตอบโจทย์กับเป้าหมายในชีวิต
คนยุคใหม่ๆ อยากทำงานที่มีความหมายต่อการพัฒนาตนเอง มากกว่าแค่เรื่องเงิน หรือ ความมั่นคงเพียงอย่างเดียวแบบเดิมครับ
3. Organization Experience คือ ด้านองค์กร สมัยนี้พนักงานหลายคนก็ดูนะครับว่า จุดมุ่งหมายขององค์กรนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายส่วนตัวของพวกเขาแค่ไหน เช่น หากองค์กรเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม เหมือนพวกเขา ก็อาจทำให้พนักงานเหล่านั้น ชื่นชมและเกิดประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน
นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีที่สนับสนุนการทำงานมาใช้อย่างเหมาะสม และมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกได้ ก็ทำให้พนักงานมีประสบการณ์ที่ดีต่อองค์กรมากขึ้นครับ
เมื่อพูดถึงประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน หลายๆ องค์กร มักมาเน้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกในออฟฟิศ อย่างเช่น มีโต๊ะสนุ๊กเกอร์ มีเตียงให้งีบตอนกลางวัน หรือ มีขนมให้กินไม่อั้น ตามแบบสำนักงานสมัยใหม่ขององค์กรระดับโลก แต่จริงๆ แล้วประสบการณ์ที่ดีนั้น มันคือทุกอย่างทั้งสิ่งที่จับต้องได้และไม่ได้ทั้งหมด ที่พนักงานรับรู้ และถ้าหากเราต้องการจะให้พนักงานเกิดประสบการณ์ที่ดีนั้น ก็ต้องปรับทั้งสามด้านข้างต้นด้วยครับ
ฟังแล้วเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้ว องค์กรมีตัวช่วยที่สำคัญมากๆ และเรียกได้ว่าเป็น Key Success หนึ่งของการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่พนักงานเลยครับ
นั่นก็คือหัวหน้างานนี่แหละครับ เพราะเป็นคนที่ใกล้ชิดพนักงาน และทีอิทธิพลมากพอที่จะประสานระหว่างพนักงานและองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศของความเป็นทีมในงาน การสื่อสารงานที่ชัดเจน การสร้างแรงจูงใจ หรือ แม้แต่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาพนักงานแต่ละคน
แม้แต่ประสบการณ์ด้านองค์กร หัวหน้างานก็มีส่วนอย่างมากในการสื่อสารทิศทางของบริษัท การให้ทรัพยากรที่เพียงพอต่อการทำงาน หรือ การดูแลสารทุกข์สุกดิบในฐานะตัวแทนขององค์กรก็ตาม
ดังนั้น แทนที่จะลงทุนมากมายไปกับการรื้อสร้างออฟฟิศใหม่ ลองมาลงทุนพัฒนาหัวหน้างานให้สามารถเป็นผู้ประสานสิ่งเหล่านี้ให้ได้น่าจะเวิร์คกว่าครับ
อย่าลืมนะครับ ว่าคนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ยิ่งเป็นยุคดิจิทัลด้วยแล้ว กลุ่มพนักงานที่เป็นคนเก่ง (Talent) นั้น เป็นที่ต้องการอย่างมากด้วย ซึ่งถ้าองค์กรใดดูแลพวกเขาไม่ดี แล้ว ที่อื่นๆ ก็พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีในการทำงานให้พวกเขาแทนครับ

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทฤษฎี X และทฤษฎี Y ยังคงใช้ได้ หรือ ควรเก็บไปเข้ากรุดี? ทฤษฎี X และ Y ของ Douglas McGregor แนวคิดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ครึ่งศตวรรษก่อน ราวๆ ต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 โน่น (ราวๆ 1960) ซึ่งเป็นยุคต้นของดิจิทัลเลย เพราะช่วงที่คอมพิวเตอร์เกิดพอดี ซึ่งทฤษฎีนี้อธิบายว่า มุมมองของผู้นำที่มีต่อพนักงาน มี 2 แบบ คือ
ทฤษฎี X และทฤษฎี Y ยังคงใช้ได้ หรือ ควรเก็บไปเข้ากรุดี?

ทฤษฎี X และ Y ของ Douglas McGregor แนวคิดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ครึ่งศตวรรษก่อน ราวๆ ต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 โน่น (ราวๆ 1960) ซึ่งเป็นยุคต้นของดิจิทัลเลย เพราะช่วงที่คอมพิวเตอร์เกิดพอดี ซึ่งทฤษฎีนี้อธิบายว่า มุมมองของผู้นำที่มีต่อพนักงาน มี 2 แบบ คือ

กรณีศึกษา: ใต้ภูเขาน้ำแข็งแห่งการเปลี่ยนแปลงของ IKEA  การทำ Digital Transformation ในแบบอีเกียนั้น สามารถ เปรียบได้กับการมองภาพภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำครับ
ส่วนยอดของภูเขานั้น คือ สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งสิ่งที่อีเกียทำ คือ การตอบสนองต้องการของลูกค้า และ การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
กรณีศึกษา: ใต้ภูเขาน้ำแข็งแห่งการเปลี่ยนแปลงของ IKEA

การทำ Digital Transformation ในแบบอีเกียนั้น สามารถ เปรียบได้กับการมองภาพภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำครับ ส่วนยอดของภูเขานั้น คือ สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งสิ่งที่อีเกียทำ คือ การตอบสนองต้องการของลูกค้า และ การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

หลัง Covid-19 ต้องเตรียมโค้ชผู้บริหารใน 3 ด้านนี้ ช่วง lockdown ที่ผ่านมานั้น อย่าลืมว่าเราต้องทำงานไกลกัน และทุกอย่างเป็นการบริหารทางไกล (remote) จากการทำงานแบบ work from home และเมื่อต้องว่างเว้นจากการทำงานปกติไปนาน ปัญหาที่จะเกิดมันจะมีสามด้าน คือ
หลัง Covid-19 ต้องเตรียมโค้ชผู้บริหารใน 3 ด้านนี้ New

ช่วง lockdown ที่ผ่านมานั้น อย่าลืมว่าเราต้องทำงานไกลกัน และทุกอย่างเป็นการบริหารทางไกล (remote) จากการทำงานแบบ work from home และเมื่อต้องว่างเว้นจากการทำงานปกติไปนาน ปัญหาที่จะเกิดมันจะมีสามด้าน คือ

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ
5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital New

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ

Future Skills For Uncertain World งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
Future Skills For Uncertain World New

งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

Crisis leadership during the COVID-19 era ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า
Crisis leadership during the COVID-19 era New

ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า