รู้จักการส่องกระจก 6 ด้าน เพื่อสร้างความสำเร็จในงานอย่างยั่งยืน

วันที่: 05 เม.ย. 2565 13:53:50     แก้ไข: 27 เม.ย. 2565 09:45:43     เปิดอ่าน: 180     Blogs
"คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้า แต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้าน มาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง" สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกี่ยวยังไงกับการทำงาน??

เพราะ ชีวิตการทำงานของเรา ก็จำเป็นต้องส่อง กระจก 6 ด้านเหมือนกันครับ เพื่อให้มุมมองที่รอบด้านและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

บานที่ 1 คือ กระจกที่สะท้อนจาก "มุมมองของเรา" เอง บานนี้เป็นกระจกที่อยู่ตรงหน้า และหลายคนมองอยู่เป็นปกติครับ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า มุมที่มองมันอาจไม่ค่อยตรง และมักเห็นภาพสะท้อนที่บิดเบือนอยู่เสมอ

หากส่องเป็น คือทบทวนตัวเองเสมอ (Self-Review) และตรงตามความจริง จะมองเห็นคุณภาพงานของตัวเอง (Quality of work) ว่าตัวคุณมีความสามารถแค่ไหน และเห็นคุณภาพชีวิต (Quality of life) ของเราว่างานที่ทำอยู่นั้นตอบโจทย์จุดมุ่งหมาย (purpose) ในชีวิตมากเพียงใด

บานที่ 2 คือ ภาพสะท้อนจาก "หัวหน้างาน" ทำให้เราเห็นว่า งานที่ทำนั้นส่งผลต่อเป้าหมายทีมแค่ไหน และมีจุดใดที่เราต้องพัฒนาปรับปรุงเพิ่ม (เพื่อเป็น Career Development) นอกจากนี้ยัง มองเห็นอนาคตของคุณ ว่าจะอยู่รอดในองค์กรได้หรือไม่ด้วยครับ

บานที่3 สะท้อนมุมมองจาก "เพื่อนร่วมงาน" จะส่องให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคุณ (Relationship) ว่าเมื่อต้องทำงานที่กดดันแล้ว คุณยังรักษามันได้หรือไม่ หรือ ทำลายมันไปหมดแล้ว จากความประมาทเลินเล่อในการทำงาน

บานที่ 4 คือ มุมมองจาก "ลูกน้อง" ภาพที่ออกมา คือ ภาวะผู้นำของคุณ (Leadership) ว่าคุณเป็นเพียง ผู้จัดการที่คนเดินตาม เพราะ กลัวซวย หรือ คุณเป็นผู้นำที่แท้จริง ที่คนยอมเดินตามคุณด้วยความเต็มใจ

บานที่ 5 คือ มุมมองจาก "เพื่อนต่างแผนก" ของคุณ โดยภาพที่เห็นนั้น จะเป็นภาพของความมีวุฒิภาวะ (Maturity) และ วิสัยทัศน์ของคุณ (Vision)

เพราะในการประสานงานแบบ cross-function นั้น คนที่ทำได้ดี จะต้องมีการมองการณ์ไกล จนเห็นว่าเป้าหมายร่วมของทุกหน่วยงานคือ อะไร และต้องร่วมมือกันอย่างไร จึงจะประสานการทำงาทุกฝ่ายได้ และนอกจากนี้ การยอมลดอีโก้ (Ego) เพื่อส่วนรวม จึงเป็นการแสดงออกของการมีวุฒิภาวะด้วยครับ

บานที่ 6 คือ ภาพที่มาจาก "ลูกค้าของคุณ" ซึ่งก็คือ ภาพของคุณค่า (Values) ที่ตัวคุณได้ส่งมอบ และความพึงพอใจที่พวกเขามีต่อคุณ (Customer Satisfaction) หรือ องค์กรของคุณครับ

และกระจกบานนี้ เป็นบานสำคัญมากๆ สำหรับโลกในยุคดิจิทัลนี้ เพราะในยุคนี้ แพ้-ชนะในการแข่งขันทางธุรกิจ อยู่ที่ว่า องค์กรตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีเพียงได้

ถ้าทำได้ เมื่อนั้น คู่แข่งก็ไม่มีความหมาย เพราะ บริษัท จะมีความได้เปรียบในการความเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากกว่าครับ ข้อนี้ บริษัทอย่าง Amazon หรือ Netflix รู้ดี จนถึงกับต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องใส่ใจกับ feedback ของลูกค้ามากๆ เป็นลำดับแรกๆ

กระจกทั้ง 6 บานนี้ เรียกแบบทางการ ก็ คือ feedback นั่นเองครับ และที่ต้องส่องหลายๆ ด้าน ก็เพื่อให้เราได้เเห็นครบทุกมุม และได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาที่สุดครับ

แต่หลายๆ คนมักอยากมองแค่มุมเดียว คือ จากกระจกบานแรก แถมยังเป็นกระจกแบบเพิ่มฟิลเตอร์ ในหน้าตา ภาพผลงาน ฟรุ้งฟริ้ง จนบิดเบี้ยวจากความจริงอีกต่างหาก
เมื่อภาพที่สะท้อนไม่ตรง ก็คงทำให้ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะคิดว่าตัวเองดีเสียจนไม่รู้จะไปพัฒนาตรงไหนอีก

ดังนั้น ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง ต้องวิ่งหากระจกหกด้านมาส่องเถอะครับ
ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ จะรอให้กระจกวิ่งมาหาแล้ว เพราะมันจะช้า และปรับตัวได้ไม่ทันการณ์ครับ

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 
อ้างอิง : Photo: freepix.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้

ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้ อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ
แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" 
"ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ
ก้าวข้ามปัญหา ด้วยการขจัดความไม่รู้ทั้ง 4 ด้านนี้

อันที่จริง ผลกระทบของปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความเขลา" อย่างที่ หลายๆ คน คิดนะครับ แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" หรือ ไม่มีข้อมูลในการจัดการกับ "สถานการณ์" ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถจัดการได้ "สถานการณ์"นั้น จึงเป็น "ปัญหา" "ความไม่รู้" โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นจาก 4 ด้านนี้ครับ

บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่ "ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง"
จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"
บริหารงานด้วย Data เรื่องที่หัวหน้าต้องไม่พลาดในการบริหารงานยุคใหม่

"ถ้าอธิบายปัญหาได้ชัดเจน เท่ากับแก้ปัญหาไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง" จอห์น ดิวอี้ นักปรัชญาชาวอเมริกันได้ว่าไว้แบบนั้น โชคดีอย่างมากเช่นกัน ที่ในยุคปัจจุบันคำอธิบายปัญหาเหล่านั้น อยู่ในรูปแบบของ "ข้อมูลดิจิทัล"

หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง แนวคิด หยิน-หยาง  นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน
ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ
หลักบริหารงานแบบหยิน-หยาง เพื่อจัดการการเปลี่ยนแปลง New

แนวคิด หยิน-หยาง นี้เชื่อว่า พลังต่างๆ ในจักรวาลนั้นมี 2 ด้าน คือ หยิน และ หยาง ซึ่งเป็นพลังงานสองขั้วที่ตรงข้ามกัน ดังนั้น ในเครื่องหมายหยินหยางนั้น จึงมีสีตรงข้ามกัน คือ ดำ และ ขาว ดังนั้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลงแบบแนวคิดเต๋า ก็มีสองด้านครับ นั่นคือ

อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้
อำนาจ 5 ประการ ที่ทำให้หัวหน้างานเป็นที่ยอมรับ New

การที่เราจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คุณจะต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้สามารถโน้มน้าว หรือ ต่อรอง ซึ่ง French และ Raven บอกว่าคุณจะต้องสร้างฐานของอำนาจจาก 5 ด้านนี้

อยากให้ feedback แล้ว ลูกน้องเปลี่ยน จะต้องทำอย่างไร? feedback ก็คือ ข้อมูลย้อนกลับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นหลังการกระทำเสมอ เพียงแต่ว่าถ้าเราอยากให้ feedback นั้น มีพลัง และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้นั้น feedback ดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วย "เจตนาที่ดี" เป็นสารตั้งต้นครับ
อยากให้ feedback แล้ว ลูกน้องเปลี่ยน จะต้องทำอย่างไร?

feedback ก็คือ ข้อมูลย้อนกลับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นหลังการกระทำเสมอ เพียงแต่ว่าถ้าเราอยากให้ feedback นั้น มีพลัง และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้นั้น feedback ดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วย "เจตนาที่ดี" เป็นสารตั้งต้นครับ