สื่อสารอย่างไร? ให้ได้ใจแบบผู้นำ ทริคเล็กๆ จาก Harvard Business Review

วันที่: 07 ก.พ. 2566 13:11:19     แก้ไข: 07 ก.พ. 2566 13:57:17     เปิดอ่าน: 586     Blogs
สื่อสารอย่างไร? ให้ได้ใจแบบผู้นำ ทริคเล็กๆ จาก Harvard Business Review

เรามักคิดกันว่า การสื่อสารที่จับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน เกิดจากพรสวรรค์และเสน่ห์ที่ติดตัวมาแต่เกิด

แต่ Jonh Antonakis , Marika Fenley และ Sue Liechti แห่งมหาวิทยาลัยโลซานน์ได้บอกวิธีการที่จะทำให้ทุกคนสื่อสารในแบบผู้นำที่ทรงอิทธิพลได้ โดยหนังสือ Manager's Handbook ของ HBR ได้ระบุทริคเหล่านี้ และผมได้สรุปมาให้อ่านแบบง่ายๆตาม Infographic นี้แล้วครับ

1. แสดงออกทางสีหน้า
สบสายตา ยิ้มและแสดงอารมณ์ขัน เราอาจนึกว่าอารมณ์อื่นๆ เช่น ความกังวล คิ้วขมวด อาจไม่ควรแสดงออก แต่ในยุคนี้อารมณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และทำให้คุณดูเป็นมนุษย์ปุถุชน จนทำให้ทีมงานสนิทใจมากยิ่งขึ้น แต่อารมณ์ที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด คือ ความโกรธนะครับ เพราะไม่ช่วยให้ได้ใจ แต่ทำลายความสัมพันธ์แทน

2. น้ำเสียง
ต้องให้มีระดับเสียงที่แตกต่างกัน ในจุดเน้นย้ำ และควรมีการเว้นช่วงพักหายใจบ้าง ซึ่งผลพลอยได้คือ ช่วยทำให้กระตุ้นความสนใจมากขึ้นด้วย

3. สร้างอารมณ์ร่วม
เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะพูดถึงเป้าหมายร่วม ประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยกัน จุดนี้คนที่มี empathy จะได้เปรียบเพราะเข้าถึงจิตใจผู้อื่นได้ง่ายกว่า

4. ให้เน้น 3 จุดสำคัญ
ทริกเล็กๆ คือ
  • เค้าโครงเรื่องต้องชัดเจน ตรงตามสอ่งที่อยากจะสื่อสาร
  • เน้นความเข้าใจผู้ฟังให้ได้ คอยถามตรวจเชคได้
  • สร้างเรื่องที่ง่ายต่อการจดจำ ความซับซ้อน มักเป็นอุปสรรค จึงต้องย่อยให้เหมือนเราอธิบายให้ญาติผู้ใหญ่เราฟังเลยครับ

5. การใช้คำเชื่อมแบบตรงข้าม
ช่วยกระตุ้นให้ผู้ฟังสนใจได้ และขยายความในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น ในทางตรงข้าม... /หากแต่... /ในอีกด้านหนึ่ง...

6. ภาษากาย
จะช่วยให้เกิด visual สร้างความเข้าใจให้มากขึ้นได้ นอกจากนี้ธรรมชาติของคนจะสนใจสิ่งที่เคลื่อนไหวอีกด้วยครับ หกข้อนี้ง่ายๆ แต่ใช้ได้จริง สำหรับผู้ที่ฝึกฝนบ่อยๆ

แต่หากจำยังไม่ได้ ลอง Download ภาพ Info นี้ติดตัวและนำไปใช้กันได้ฟรีเลยครับ

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 กลยุทธ์ผู้นำที่ทำให้เกิด High Performance Environment การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในวันนี้ หัวหน้างานที่ยังคงต้องทำบทบาทในการปรับทีมงานให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพื่อให้เกิดบรรยากาศแบบ High Performance Environment หรือ ทีมงานมีไฟมีพลังสู้รบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่ง 5 วิธีที่หัวหน้าสามารถเริ่มทำได้ทันที ได้แก่
5 กลยุทธ์ผู้นำที่ทำให้เกิด High Performance Environment

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในวันนี้ หัวหน้างานที่ยังคงต้องทำบทบาทในการปรับทีมงานให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพื่อให้เกิดบรรยากาศแบบ High Performance Environment หรือ ทีมงานมีไฟมีพลังสู้รบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่ง 5 วิธีที่หัวหน้าสามารถเริ่มทำได้ทันที ได้แก่

ทำไม? เมื่อผู้นำตั้งใจทำดีมากไป ผลที่ได้กลับกลายเป็นร้ายในทันที คุณมักได้ยินคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่ดี เช่น ต้องรับฟังให้เยอะพูดให้น้อย ต้องเข้าอกเข้าใจ ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องมีเหตุผล ต้องแสดงความรับผิดชอบและทำให้งานสำเร็จ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นการกระทำที่ดีทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณทำสิ่งข้างต้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป
ทำไม? เมื่อผู้นำตั้งใจทำดีมากไป ผลที่ได้กลับกลายเป็นร้ายในทันที New

คุณมักได้ยินคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่ดี เช่น ต้องรับฟังให้เยอะพูดให้น้อย ต้องเข้าอกเข้าใจ ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องมีเหตุผล ต้องแสดงความรับผิดชอบและทำให้งานสำเร็จ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นการกระทำที่ดีทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณทำสิ่งข้างต้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป

การสื่อสาร 3 มิติ ที่หัวหน้าต้องรู้ เพื่อให้งานได้ผลลัพธ์ ถ้าพูดว่าการทำงานหลักๆของผู้บริหาร หรือหัวหน้า คือการสื่อสาร ภาพในหัวของหลายคนก็จะมีภาพว่าหัวหน้าต้อง present ได้เก่ง โน้มน้าวหรือ พูดได้รู้เรื่อง ซึ่งก็นับว่า จริง แต่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้บริหารมีหน้าที่ต้องบริหารคนให้ทำงานให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ ดังนั้นการสื่อสารของหัวหน้าจึงมีหลากหลายมิติ โดยถ้าแยกแบบคร่าวๆ ก็จะมีอยู่ 3 มิติ ดังนี้
การสื่อสาร 3 มิติ ที่หัวหน้าต้องรู้ เพื่อให้งานได้ผลลัพธ์ New

ถ้าพูดว่าการทำงานหลักๆของผู้บริหาร หรือหัวหน้า คือการสื่อสาร ภาพในหัวของหลายคนก็จะมีภาพว่าหัวหน้าต้อง present ได้เก่ง โน้มน้าวหรือ พูดได้รู้เรื่อง ซึ่งก็นับว่า จริง แต่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้บริหารมีหน้าที่ต้องบริหารคนให้ทำงานให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ ดังนั้นการสื่อสารของหัวหน้าจึงมีหลากหลายมิติ โดยถ้าแยกแบบคร่าวๆ ก็จะมีอยู่ 3 มิติ ดังนี้

2 หัวใจสำคัญ การสื่อสาร ที่เป็นงานสำคัญของหัวหน้า จากที่เคยพูดถึงว่าทักษะสำคัญของหัวหน้าคือการสื่อสาร ซึ่งมีหลากหลายวัตถุประสงค์ ในโพสนี้ ขออธิบายการสื่อสารที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน คือ”การสั่งงาน” ซึ่งดูแล้วเหมือนกับเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็น่าจะสั่งงานได้ แต่หัวใจสำคัญคือ
2 หัวใจสำคัญ การสื่อสาร ที่เป็นงานสำคัญของหัวหน้า New

จากที่เคยพูดถึงว่าทักษะสำคัญของหัวหน้าคือการสื่อสาร ซึ่งมีหลากหลายวัตถุประสงค์ ในโพสนี้ ขออธิบายการสื่อสารที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน คือ”การสั่งงาน” ซึ่งดูแล้วเหมือนกับเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็น่าจะสั่งงานได้ แต่หัวใจสำคัญคือ

บทบาทหัวหน้างาน ไม่ได้มีแค่การสั่งแล้วตามจิก หลายคนรู้สึกว่าหัวหน้าไม่เห็นทำงานอะไรเลย ได้แต่สั่งงานแล้วก็ตามงาน แถมหัวหน้าบางคนก็ตามแบบจิกๆ อีกต่างหาก ทำแบบนี้หัวหน้าทำถูกหรือไม่?
ที่นี่เรามาดูหน้าที่หลักๆของหัวหน้าว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง
บทบาทหัวหน้างาน ไม่ได้มีแค่การสั่งแล้วตามจิก

หลายคนรู้สึกว่าหัวหน้าไม่เห็นทำงานอะไรเลย ได้แต่สั่งงานแล้วก็ตามงาน แถมหัวหน้าบางคนก็ตามแบบจิกๆ อีกต่างหาก ทำแบบนี้หัวหน้าทำถูกหรือไม่? ที่นี่เรามาดูหน้าที่หลักๆของหัวหน้าว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง

Catfish Effect บริหารพนักงานให้แกร่ง จากแรงฮึดเพื่ออยู่รอด Catfish Effect (เอฟเฟกต์ปลาดุก) คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีคู่แข่งที่มีแข็งแกร่งเข้ามา จนทำให้คู่แข่งที่อ่อนแอ มีการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากอะไร? และนำมาใช้เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นของพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ได้อย่างไร? มารู้กันจาก blog นี้
Catfish Effect บริหารพนักงานให้แกร่ง จากแรงฮึดเพื่ออยู่รอด

Catfish Effect (เอฟเฟกต์ปลาดุก) คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีคู่แข่งที่มีแข็งแกร่งเข้ามา จนทำให้คู่แข่งที่อ่อนแอ มีการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากอะไร? และนำมาใช้เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นของพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ได้อย่างไร? มารู้กันจาก blog นี้