How to Create Willingness at Work

วันที่: 19 ธ.ค. 2561 11:56:54     แก้ไข: 19 ธ.ค. 2561 13:16:03     เปิดอ่าน: 721     Blogs
จากที่ผมเคยพูดคุยกับผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ทั้งที่มีประสบการณ์ หรือเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ สิ่งที่ยากและสร้างความปวดหัวเป็นอย่างมาก กลับไม่ใช้งานยากที่ท้าทาย แต่กลับเป็นเรื่อง “การบริหารคน”  ที่มักจะ “ทำ”หรือ “ไม่ทำ” อะไรตามที่ผู้บริหารต้องการอยู่เสมอ หรืออาจเรียกง่ายๆว่า “ขาดความใส่ใจในการทำงาน” บางเรื่องก็ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่อง Common Sense ธรรมดาๆ แต่ทำไมกลับคิดเองไม่ได้  หรือ บางเรื่องก็เป็นเรื่องสำคัญต่อองค์กร หรือความเป็นความตายของงาน กลับทำเฉยๆ แล้วดูไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร

จนหัวหน้าหลายคนตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับคนของเขา? ทีมงานไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่มีไหวพริบหรือเปล่า? แต่คำตอบส่วนใหญ่ ก็จะเหมารวมว่า ทีมงานหรือลูกน้องคนนั้นๆ “ทัศนคติ” ไม่ดี เป็นตัวก่อปัญหาให้ทีมงาน และทางแก้ที่มักทำกันคือ การเพิกเฉยต่อเขาจนกลายปัญหาเรื้อรังในหน่วยงาน!  

จากปัญหาเพียงปัญหาเดียวว่า “ทำไมลูกน้องถึงไม่ใส่ใจในการทำงานเท่าที่ควร”  ผมว่าสาเหตุของปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้หลายทางมาก  บางคนอาจเกิดจากปัจจัยภายในของตัวลูกน้องเอง แต่ในบางคนอาจเกิดปัจจัยแวดล้อมภายนอกตัวเขาก็ได้  สำหรับในครั้งนี้ผมขอกล่าวถึงเฉพาะในส่วนปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในตัวลูกน้องก่อนนะครับ

ก่อนตอบปัญหานี้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ความใส่ใจ” หรือ Willingness ของคนเกิดขึ้นจากอะไร?

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ตามลำดับเริ่มจาก   I Know”  ก่อนแล้วนำไปสู่ I Understand” จนเกิด “I Can” จนผลสุดท้ายเกิด I Will” ดังนั้นการจะสร้างความใส่ใจในการทำงานจึงมีขั้นตอน ไม่ใช่แค่เพียงบอกให้ “รู้” จะนำไปสู่ “ความใส่ใจ” ได้เลย

ขั้นตอนแรก การบอกให้ “รู้” จะเป็นขั้นของ “สมอง” เป็นเรื่องของเหตุและผล การทำแค่เพียงสั่งๆ โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุ สมผลมาประกอบ ก็อาจทำให้คนรับรู้สึกว่ายังมีอะไรติดๆอยู่ อย่าคาดหวังว่าจะกระโดดไปถึงขั้นใส่ใจเลย แต่ขั้นรู้ ก็อาจจะยังไม่เกิดขึ้น

ขั้นที่สอง “เข้าใจ” ขั้นนี้เป็นขั้นที่เกี่ยวข้องกับ “จิตใจและอารมณ์” ล้วนๆ ดังนั้นขึ้นนี้คือขั้นการทำให้ลูกน้องมีความรู้สึกที่ดี และยอมรับมัน ซึ่งต้องอาศัยการเปิดใจซึ่งกันละกัน ขั้นนี้อาจจะใช้เวลาบ้าง แต่ถ้าเปลี่ยนใจลูกน้องได้ คุณจะได้ลูกน้องทีมีทัศนคติที่ดีต่องานชิ้นนั้นๆเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

ขั้นที่สาม “สามารถ” ขั้นนี้เกี่ยวข้องกับ “การลงมือทำ” ซึ่งขั้นนี้จะช่วยเสริมทั้งทักษะ และทัศนคติ เพราะการได้ลงมือทำ ลูกน้องนั้นจะพบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด แต่การมาถึงขั้นนี้ได้ อย่าลืมว่าต้องผ่านสองขั้นก่อนหน้านี้มาก่อนนะครับ เพราะถ้าไม่ผ่าน นอกจากจะไม่ส่งผลดีแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกว่าเป็นการกดดัน หรือบีบบังคับได้

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าหัวหน้าคนใดที่ได้ทำสามขั้นตอนนี้ครบ จะทำให้ลูกน้อง “เกิดความใส่ใจ” ในการทำงานมากขึ้น ถึงแม้จะเสียเวลาไปบ้างในช่วงเริ่มต้นเมื่อเปรียบเทียบกับการสั่งการไปเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ลูกน้องที่มีความตั้งใจในงาน และลดเวลาที่อาจใช้ในการแก้ไขปัญหาที่จะตามมาอีกมากมาย
“คุ้มมาก! ลองทำดูนะครับ”  

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital  จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ
5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital New

5 สิ่งสำคัญ ที่ CEO ต้องทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ Digital จริงอยู่ว่าบทความนี้ พูดถึง Management ระดับสูง แต่ท้าย ทิศทางนั้น ก็จะเป็นนโยบาย เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ดีครับ

Future Skills For Uncertain World งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
Future Skills For Uncertain World New

งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวน 18K ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

Crisis leadership during the COVID-19 era ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า
Crisis leadership during the COVID-19 era New

ในช่วงวิกฤต หลายคนอาจคิดว่า ภาวะผู้นำแบบวีรบุรุษ (Heroic Leadership) และผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คือ สิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะคิดว่าจะช่วยการันตี "วันพรุ่งนี้" ที่ดีกว่าได้ ทว่า เมื่อกำลังใจของผู้คนได้ลดลง จนเข้าใกล้ฐานล่างของพิระมิดมาสโลว์แล้ว ความต้องการด้านความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจ (Safety & Security) กลับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า

Coaching in the Time of COVID-19 โลกของเราเริ่มปลี่ยนไปตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 จากไวรัส Corona เราเห็นความร้ายแรงของมหันตภัยในจีนก่อน จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ก็เป็นอิตาลี  แล้วตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา ที่เศรษฐกิจเข้าสู่ความชะงักงันไปทีละรัฐ โค้ชผู้บริหารทั้งหลาต้องโค้ชและให้คำแนะนำ เพื่อที่ผู้บริหารทั้งหลายจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ (แม้ว่าตัวจะต้องไกลกันก็ตาม) และเราสังเกตเห็นปฏิกริยาของพวกเขา แบ่งเป็นสองระยะ
Coaching in the Time of COVID-19 New

โลกของเราเริ่มปลี่ยนไปตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 จากไวรัส Corona เราเห็นความร้ายแรงของมหันตภัยในจีนก่อน จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ก็เป็นอิตาลี แล้วตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา ที่เศรษฐกิจเข้าสู่ความชะงักงันไปทีละรัฐ โค้ชผู้บริหารทั้งหลาต้องโค้ชและให้คำแนะนำ เพื่อที่ผู้บริหารทั้งหลายจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ (แม้ว่าตัวจะต้องไกลกันก็ตาม) และเราสังเกตเห็นปฏิกริยาของพวกเขา แบ่งเป็นสองระยะ

Micro-Coaching โปรแกรมการเรียนรู้ที่เรียกว่า “MicroCoaching” จึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยให้ผู้นำทุกท่าน ได้เรียนรู้วิธีการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความท้าทายได้อย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยการให้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อสามารถจัดการสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเองอย่างทันท่วงที
Micro-Coaching New

โปรแกรมการเรียนรู้ที่เรียกว่า “MicroCoaching” จึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยให้ผู้นำทุกท่าน ได้เรียนรู้วิธีการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความท้าทายได้อย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยการให้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อสามารถจัดการสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเองอย่างทันท่วงที

THE BUSINESS SURFER คลื่นธุรกิจก็มีสภาพไม่แตกต่างจากคลื่นลมในทะเลที่จะพัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่าไม่เคยจบสิ้น
สิ่งใด ที่ยังล่องลอยอยู่บนคลื่นลูกเก่าก็จะถูกพัดพาเขาหาฝั่งจนถูกทรายทับถมจนจมลงไปมิด แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ สามารถกระโจนไปอยู่บนคลื่นลูกใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงทีสิ่งนั้นก็ยังลอยอยู่ได้ ไม่ถูดกดจมลงไป

ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะมีคลื่นลูกใหม่ๆพัดเข้ามาอยู่เสมอ ใครกระโจนเกาะคลื่นลูกใหม่ได้ชีวิตของธุรกิจก็จะยืนยาวและเติบโตต่อไป ธุรกิจไหนทำไม่ได้ยังเกาะกับคลื่นลูกเดิมๆ สุดท้ายก็ล้มหายตายจากไปอย่างถาวร
THE BUSINESS SURFER New

คลื่นธุรกิจก็มีสภาพไม่แตกต่างจากคลื่นลมในทะเลที่จะพัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่าไม่เคยจบสิ้น สิ่งใด ที่ยังล่องลอยอยู่บนคลื่นลูกเก่าก็จะถูกพัดพาเขาหาฝั่งจนถูกทรายทับถมจนจมลงไปมิด แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ สามารถกระโจนไปอยู่บนคลื่นลูกใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงทีสิ่งนั้นก็ยังลอยอยู่ได้ ไม่ถูดกดจมลงไป ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะมีคลื่นลูกใหม่ๆพัดเข้ามาอยู่เสมอ ใครกระโจนเกาะคลื่นลูกใหม่ได้ชีวิตของธุรกิจก็จะยืนยาวและเติบโตต่อไป ธุรกิจไหนทำไม่ได้ยังเกาะกับคลื่นลูกเดิมๆ สุดท้ายก็ล้มหายตายจากไปอย่างถาวร