Personal Values ช่วยพัฒนาผู้นำในองค์กรได้อย่างไร?

วันที่: 26 ต.ค. 2566 16:53:13     แก้ไข: 02 พ.ย. 2566 08:03:01     เปิดอ่าน: 1,588     Blogs

 

หัวหน้าแต่ละคนบริหารต่างกัน ส่วนหนึ่งเกิดจาก "ค่านิยมส่วนบุคคล"

 
ค่านิยมส่วนบุคคล (Personal Values) ที่ว่า ก็คือ ความเชื่อที่เกิดจากประสบการณ์ ที่หล่อหลอม เรียนรู้ และยึดถือ ความเชื่อนั้นว่าเป็นจริง เป็นสิ่งที่ดีสำหรับชีวิตตัวเองมิลตัน โรคีช (Milton Rokeach, 1973) นักจิตวิทยาสังคม ได้ระบุว่า ค่านิยมที่ว่ามี 2 ระดับ คือ

1.  Terminal Values (ค่านิยมปลายทาง)

คือ ความเชื่อที่เป็นเป้าหมายที่คนแต่ละคนพึงประสงค์ เช่น บางคนเชื่อว่า ต้องมีความมั่งคั่ง (Wealth) ความสำเร็จ (Acheivement) แต่สำหรับบางคนอาจเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว (Family) ความสัมพันธ์ที่ดี (Relationship) หรือ แม้แต่การบรรลุความชำนาญในด้านใดด้านหนึ่ง (Wisdom)

2.  Instrumental Values (ค่านิยมเครื่องมือ)

คือ ความเชื่อแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต เช่น หากต้องการความมั่งคั่ง (Wealth) บางคนอาจมองว่า ต้องศึกษาเล่าเรียน (Learning)เยอะๆ บางคนอาจเชื่อว่า ต้องมีความร่วมมือ (Connection & Collaboration) ที่เหมาะสม หรือ ต้องมีการมุ่งเน้นเป้าหมายผลลัพธ์ที่ชัดเจน (Result-Oriented)

สรุปก็คือ คนอาจมีค่านิยมเครื่องมือที่ต่างกัน เพื่อตอบสนองค่านิยมที่เป็นจุดมุ่งหมายเดียวกันก็ได้


 

Personal Values V.S. Leadership

ในการบริหารงาน เมื่อหัวหน้ามีค่า Personal Values (นิยมส่วนบุคคล) ที่ต่างกัน โดยทั่วไป หลายๆ คนก็มักนำความคิด ความเชื่อ ที่เป็นดัวตนนี้ มาใช้ในการบริหารจัดการด้วย

สิ่งที่ตามมา ก็คือ จะแสดงพฤติกรรม (ฺBehaviors) การนำทีมในแบบตามใจฉัน ใครใคร่สนใจคน ก็เน้นความสมานฉันท์ สามัคคี ดูแลจิตใจกัน ส่วนใครใคร่ผลลัพธ์ ก็อัดงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อให้ได้เป้าที่วางไว้ (หรือ จะทำลายเป้าก็ได้ ถ้ามีค่านิยมสส่วนบุคคลแบบต้องทุ่มเทเต็มที่)

ซึ่งการใช้ค่านิยมส่วนบุคคลในการบริหารเพียงอย่างเดียวนี้ อาจส่งผลให้เสียสมดุลในการบริหารได้ เพราะค่านิยมบางอย่าง ก็อาจไม่เหมาะในบางสถานการณ์ หรือ บางวัฒนธรรมองค์กร ยิ่งหาก ลูกน้องมีค่านิยมส่วนบุคคลที่สวนทางกัน ก็ยิ่งไปกันใหญ่

เว้นแต่ ใครมีค่านิยมที่พอสมดุลทั้งสองด้านได้ ก็อาจพอกล้อมแกล้ม ทำให้การบริหารทั้งคนและงานนั้นไม่เสียสมดุลได้

Personal Values เพื่อการพัฒนาผู้นำ

การเรียนรู้ในเรื่อง Personal Values จึงช่วยให้หัวหน้าใส่หมวกได้ถูกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการทำงาน  เพราะทำให้หัวหน้าได้รู้ตัว (Self-Awareness) ว่าปัจจุบัน ด้วย Personal Values เดิม ทำให้เราเกิดพฤติกรรมการบริหารงานแบบไหนอยู่ แล้วมันเหมาะสมหรือไม่ ที่เรายังคงยึด Personal Values แบบเดิมกับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  เช่น

ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างทุกวันนี้ หากเรามัวยึดแต่ผลลัพธ์ หรือ ความถูกต้อง อาจทำให้ไม่เกิดเซฟโซนในการเรียนรู้ของทีมงาน เพราะทุกคนอาจกลัวความผิดพลาด

ผลก็คือ อาจทำแต่สิ่งเดิมๆ ไม่เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่จะทำให้องค์กรปรับตัว หรือ เติบโตอย่างรวดเร็วได้ แต่ในทางตรงข้าม หากหัวหน้าปรับความคิด และยืดหยุ่นมากขึ้น ทีมงานก็อาจเกิดพื้นที่แห่งความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) มากกว่าเดิม และร่วมเรียนรู้ปรับแก้ให้งานดีขึ้นไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้น ผู้นำที่ดี นอกจากจะต้องรู้ตัวเอง แล้วต้องพัฒนาตัวเองให้ไปไกลมากกว่าการใช้ Personal Values ในการบริหาร แต่ต้องสามารถบริหารงานได้อย่างสมดุลจาก การมีภาวะผู้นำที่เหมาะสม (Leadership) ด้วย

เพราะภาวะผู้นำ จะเป็นสิ่งที่นำพาให้หัวหน้าก้าวไปได้ไกลมากกว่าการยึด Personal VAlues หรือ ค่านิยมของตัวเองเพียงอย่างเดียวในการบริหารทั้งคนและงานครับ

หากท่านใดสนใจรายละเอียดของการพัฒนาผู้นำให้ตระหนักในค่านิยมส่วนบุคคล (Personal Values) นี้ เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำสามารถขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่นี่ 
  
      เพิ่มเพื่อน    

บทความและภาพกราฟฟิค

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 ปัจจัย ฉุดผลประกอบการ ที่ผู้บริหารคาดไม่ถึง  เมื่อใดประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ มักจะกระทบต่อองค์กรด้วย ทำให้ผลประกอบการตกลง ซึ่งเมื่อต้องอธิบายว่าทำไมผลประกอบการต่ำลง ก็จะได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งคือ “ เศรษฐกิจไม่ดี” แต่สังเกตหรือไม่ว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจแย่ แต่ก็มีบางบริษัทที่ผลประกอบการ ไม่ได้แย่ตามไปด้วย เพราะความจริงแล้วภาวะเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กระทบผลประกอบการ แต่มันมีปัจจัยอื่นๆภายในองค์กรด้วย และปัจจัยเหล่านี้มักจะถูกมองข้ามไป นั่นคือ
7 ปัจจัย ฉุดผลประกอบการ ที่ผู้บริหารคาดไม่ถึง

เมื่อใดประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ มักจะกระทบต่อองค์กรด้วย ทำให้ผลประกอบการตกลง ซึ่งเมื่อต้องอธิบายว่าทำไมผลประกอบการต่ำลง ก็จะได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งคือ “ เศรษฐกิจไม่ดี” แต่สังเกตหรือไม่ว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจแย่ แต่ก็มีบางบริษัทที่ผลประกอบการ ไม่ได้แย่ตามไปด้วย เพราะความจริงแล้วภาวะเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กระทบผลประกอบการ แต่มันมีปัจจัยอื่นๆภายในองค์กรด้วย และปัจจัยเหล่านี้มักจะถูกมองข้ามไป นั่นคือ

5 กลยุทธ์ผู้นำที่ทำให้เกิด High Performance Environment การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในวันนี้ หัวหน้างานที่ยังคงต้องทำบทบาทในการปรับทีมงานให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพื่อให้เกิดบรรยากาศแบบ High Performance Environment หรือ ทีมงานมีไฟมีพลังสู้รบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่ง 5 วิธีที่หัวหน้าสามารถเริ่มทำได้ทันที ได้แก่
5 กลยุทธ์ผู้นำที่ทำให้เกิด High Performance Environment

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในวันนี้ หัวหน้างานที่ยังคงต้องทำบทบาทในการปรับทีมงานให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพื่อให้เกิดบรรยากาศแบบ High Performance Environment หรือ ทีมงานมีไฟมีพลังสู้รบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่ง 5 วิธีที่หัวหน้าสามารถเริ่มทำได้ทันที ได้แก่

ทำไม? เมื่อผู้นำตั้งใจทำดีมากไป ผลที่ได้กลับกลายเป็นร้ายในทันที คุณมักได้ยินคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่ดี เช่น ต้องรับฟังให้เยอะพูดให้น้อย ต้องเข้าอกเข้าใจ ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องมีเหตุผล ต้องแสดงความรับผิดชอบและทำให้งานสำเร็จ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นการกระทำที่ดีทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณทำสิ่งข้างต้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป
ทำไม? เมื่อผู้นำตั้งใจทำดีมากไป ผลที่ได้กลับกลายเป็นร้ายในทันที New

คุณมักได้ยินคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่ดี เช่น ต้องรับฟังให้เยอะพูดให้น้อย ต้องเข้าอกเข้าใจ ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องมีเหตุผล ต้องแสดงความรับผิดชอบและทำให้งานสำเร็จ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นการกระทำที่ดีทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณทำสิ่งข้างต้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป

การสื่อสาร 3 มิติ ที่หัวหน้าต้องรู้ เพื่อให้งานได้ผลลัพธ์ ถ้าพูดว่าการทำงานหลักๆของผู้บริหาร หรือหัวหน้า คือการสื่อสาร ภาพในหัวของหลายคนก็จะมีภาพว่าหัวหน้าต้อง present ได้เก่ง โน้มน้าวหรือ พูดได้รู้เรื่อง ซึ่งก็นับว่า จริง แต่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้บริหารมีหน้าที่ต้องบริหารคนให้ทำงานให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ ดังนั้นการสื่อสารของหัวหน้าจึงมีหลากหลายมิติ โดยถ้าแยกแบบคร่าวๆ ก็จะมีอยู่ 3 มิติ ดังนี้
การสื่อสาร 3 มิติ ที่หัวหน้าต้องรู้ เพื่อให้งานได้ผลลัพธ์ New

ถ้าพูดว่าการทำงานหลักๆของผู้บริหาร หรือหัวหน้า คือการสื่อสาร ภาพในหัวของหลายคนก็จะมีภาพว่าหัวหน้าต้อง present ได้เก่ง โน้มน้าวหรือ พูดได้รู้เรื่อง ซึ่งก็นับว่า จริง แต่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้บริหารมีหน้าที่ต้องบริหารคนให้ทำงานให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ ดังนั้นการสื่อสารของหัวหน้าจึงมีหลากหลายมิติ โดยถ้าแยกแบบคร่าวๆ ก็จะมีอยู่ 3 มิติ ดังนี้

2 หัวใจสำคัญ การสื่อสาร ที่เป็นงานสำคัญของหัวหน้า จากที่เคยพูดถึงว่าทักษะสำคัญของหัวหน้าคือการสื่อสาร ซึ่งมีหลากหลายวัตถุประสงค์ ในโพสนี้ ขออธิบายการสื่อสารที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน คือ”การสั่งงาน” ซึ่งดูแล้วเหมือนกับเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็น่าจะสั่งงานได้ แต่หัวใจสำคัญคือ
2 หัวใจสำคัญ การสื่อสาร ที่เป็นงานสำคัญของหัวหน้า New

จากที่เคยพูดถึงว่าทักษะสำคัญของหัวหน้าคือการสื่อสาร ซึ่งมีหลากหลายวัตถุประสงค์ ในโพสนี้ ขออธิบายการสื่อสารที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน คือ”การสั่งงาน” ซึ่งดูแล้วเหมือนกับเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็น่าจะสั่งงานได้ แต่หัวใจสำคัญคือ

บทบาทหัวหน้างาน ไม่ได้มีแค่การสั่งแล้วตามจิก หลายคนรู้สึกว่าหัวหน้าไม่เห็นทำงานอะไรเลย ได้แต่สั่งงานแล้วก็ตามงาน แถมหัวหน้าบางคนก็ตามแบบจิกๆ อีกต่างหาก ทำแบบนี้หัวหน้าทำถูกหรือไม่?
ที่นี่เรามาดูหน้าที่หลักๆของหัวหน้าว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง
บทบาทหัวหน้างาน ไม่ได้มีแค่การสั่งแล้วตามจิก

หลายคนรู้สึกว่าหัวหน้าไม่เห็นทำงานอะไรเลย ได้แต่สั่งงานแล้วก็ตามงาน แถมหัวหน้าบางคนก็ตามแบบจิกๆ อีกต่างหาก ทำแบบนี้หัวหน้าทำถูกหรือไม่? ที่นี่เรามาดูหน้าที่หลักๆของหัวหน้าว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง