องค์กรไซโล (Silo Organization) ไม่ใช่สถานที่ แต่เกิดจากผู้คน

วันที่: 17 ก.พ. 2563 09:10:38     แก้ไข: 17 ก.พ. 2563 09:10:38     เปิดอ่าน: 1,557     Blogs
องค์กรไซโล ในที่นี้ไม่ใช่บริษัทผลิตอาหารสัตว์นะครับ
.
แต่หมายถึง รูปแบบการทำงานของคนในองค์กร ที่แต่ละหน่วยงาน มุ่งทำแต่งานในส่วนของตัวเอง จนทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือน ไซโล ที่มีลักษณะเป็นท่อจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เชื่อมต่อกับไซโลอีกอันที่อยู่ข้างๆกัน
.
พูดง่ายๆ ก็คือต่างคนต่างทำงาน โดยไม่สนใจอ่านไลน์กลุ่ม จนไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เขาคุยอะไรกัน มีข้อมูลใดที่ต้องรู้บ้างไหม หรือแนวทางการทำงานเป็นแบบไหน สุดท้ายก็ไปคนละทิศละทาง
.
บ้างก็แยกก๊กแยกเหล่าชัดเจน เช่น นี่คือทีมขาย นั่นคือ ทีมบัญชี โน่นคือทีมมาเก็ตติ้ง ที่ทำงานตามเป้าแยกกัน โดยไม่ทันมองเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือองค์กรเดียวกัน
.
ผลที่ตามก็คือ การทำงานที่ขาดประสิทธิภาพ เพราะขาดการประสานงานที่ดีระหว่างกัน
สุดท้ายก็สะท้อนออกมาในผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าได้รับนั่นแหละครับ จนทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
.
ยิ่งกว่านั้น การขาดการแบ่งปันข้อมูล หรือความรู้ที่จำเป็นระหว่างกัน ก็ทำให้องค์กรพัฒนาได้ช้าไม่ทันในยุคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ด้วย
.
โดยพื้นฐานผมเชื่อว่าทุกทีมไม่ได้อยากให้บริษัทเจอเรื่องแบบนี้ และอยากไปให้ถึงเป้าหมายองค์กรทั้งนั้นแหละครับ
.
เพียงแต่ว่า เขาไม่รู้ตัวว่าการทำงานแบบไซโลเกิดขึ้นมาได้ยังไง?
.
หลายๆ คน เชื่อว่า ไซโลเกิดจาก โครงสร้างขององค์กรบ้าง เครื่องมือการสื่อสารบ้าง หรือ แม้แต่แนวทางการบริหารงาน
.
แต่เชื่อไหมครับว่า เรื่องพวกนี้มีมาเกินกว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ จนปัจจุบัน หลายๆที่ ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้ว่าแนวคิดในการบริหารก็พัฒนามากขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนที่ องค์กรเริ่มทำงานแบบ Working Team หรือ Cross Functional Project ก็ตามจนถึงปัจจุบันที่พยายามนำเอา Agile มาใช้ในการบริหารทีมงาน ก็ตาม
.
หรือในด้านเทคโนโลยีการสื่อสารก็ล้ำขึ้นมาก จากเดิมที่มีแค่โทรศัพท์ อีเมล์ จนมาเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างแผนกง่ายดายขึ้นก็ตาม เช่น การใช้ไลน์กลุ่ม หรือ ในระดับ advance อย่างแพลตฟอร์ม Workplace (facebook สำหรับองค์กร) หรือ Slack ก็ตามเพื่อให้แต่ละทีมงานได้มีช่องทางการคุยกันมากขึ้น
.
แต่ทำไมความเป็นไซโลระหว่างทีมงานก็ยังคงอยู่ล่ะ?
.
เพราะวายร้ายที่แท้จริงที่สร้างองค์กรไซโลมันไม่ได้อยู่ที่ การขาดเครื่องมือ หรือ ทักษะในการทำงาน แต่มันมาจากเรื่องของคนทัศนคติ (Attitude)
.
สำหรับแฟนเพจที่ติดตามอ่านเสมอจะรู้ทันทีว่า ทัศนคติ คือ ความคิด และ มีแค่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
.
ในที่นี้ความคิดที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานร่วมกันก็คือ ก็คือ ความคิดแบบ "ตัวกูของกู" ของคนทำงานทุกคน
.
ทัศนคติแบบ "ตัวกูของกู (และงานกูงานมึง)" จึงทำให้เกิดไซโลตั้งแต่ในระดับบุคคล เมื่อความคิดนี้อยู่ในหัวของผู้นำทีม มันก็ยกระดับจนเป็นความคิดแบบ "ทีมกู (ผล)งานกู" ขึ้นมา และทำให้เกิดบรรยากาศการทำงาน ที่ต่างทีมต่างทำงานเอาเป้าหมายของตัวเองเป็นที่ใหญ่ ในองค์กรจึงมีทั้ง ไซโลเล็กๆ และ ใหญ่ ผสมปนเปกันมั่วไปหมด
.
นอกจากส่งผลเสียกับองค์กรด้านเป้าหมายทางธุรกิจแล้ว ยังทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ลดทอนขวัญและกำลังใจของพนักงานด้วย เพราะทำงานไม่ราบรื่น จนหมดไฟในการทำงาน ซึ่งในระยะยาวก็กระทบต่อองค์กรเช่นกัน เนื่องจากคนมีฝีมือจริงๆ ก็ไม่อยากอยู่ เพราะไม่มีความท้าทายใดๆเลย
.
ดังนั้น องค์กรที่หวังพึ่งเฉพาะแนวทางการบริหารใหม่ หรือ แพลตฟอร์มการสื่อสารแบบดิจิตอล จึงยังไม่สามารถทลายความเป็นไซโลได้
.
ส่วนองค์กรที่ทำได้ คือ องค์กรที่มองเห็นว่าแท้จริง มันเกิดจากความคิดของผู้นำ และถ้าทำให้ลด "ความเป็นตัวกูของกู" และ "ทีมกู (ผล)งานกู" ได้ โดนสามารถปรับความคิดให้เหมาะสมแล้ว เมื่อนั้นกำแพงของไซโลจะหายไป และเกิดมีพื้นที่ให้องค์กรได้เติบโตมากกว่าเดิม
.
เพราะองค์กรไซโล "ไม่ใช่สถานที่ที่จับต้องได้ แต่เป็นผู้คนต่างหาก"
----------------------------------
Content : อนิรุทธิ์ ตุลสุข
Reference: https://www.gliffy.com/…/avoiding-silo-mentality-part-1-why…
Photo: Pixabay
---------------------------------
#CoachForGoalArticle #CFG #Article สร้างทัศนคติการทำงานให้ดีขึ้นในทุกวันแบบง่ายๆ
---------------------------------
ด่วน ! เราเพิ่มช่องทางอ่านบทความใหม่แล้ว ที่ Linkedin มาเป็นเพื่อนกันได้ที่
https://www.linkedin.com/company/coach-for-goal/

บทความโดย

Aniruth Tulsuk (อนิรุทธิ์ ตุลสุข)
Sr. Consultant & Facilitator-CFG 
 
M.A. Industial and Organizaional Psychology, Thammasat University
Former Learning & Development Manager, FMCG/Property
Interesting Areas:
Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change,Trait & Personality, Visual Thinking
 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

THE BUSINESS SURFER คลื่นธุรกิจก็มีสภาพไม่แตกต่างจากคลื่นลมในทะเลที่จะพัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่าไม่เคยจบสิ้น
สิ่งใด ที่ยังล่องลอยอยู่บนคลื่นลูกเก่าก็จะถูกพัดพาเขาหาฝั่งจนถูกทรายทับถมจนจมลงไปมิด แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ สามารถกระโจนไปอยู่บนคลื่นลูกใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงทีสิ่งนั้นก็ยังลอยอยู่ได้ ไม่ถูดกดจมลงไป

ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะมีคลื่นลูกใหม่ๆพัดเข้ามาอยู่เสมอ ใครกระโจนเกาะคลื่นลูกใหม่ได้ชีวิตของธุรกิจก็จะยืนยาวและเติบโตต่อไป ธุรกิจไหนทำไม่ได้ยังเกาะกับคลื่นลูกเดิมๆ สุดท้ายก็ล้มหายตายจากไปอย่างถาวร
THE BUSINESS SURFER New

คลื่นธุรกิจก็มีสภาพไม่แตกต่างจากคลื่นลมในทะเลที่จะพัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่าไม่เคยจบสิ้น สิ่งใด ที่ยังล่องลอยอยู่บนคลื่นลูกเก่าก็จะถูกพัดพาเขาหาฝั่งจนถูกทรายทับถมจนจมลงไปมิด แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ สามารถกระโจนไปอยู่บนคลื่นลูกใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงทีสิ่งนั้นก็ยังลอยอยู่ได้ ไม่ถูดกดจมลงไป ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะมีคลื่นลูกใหม่ๆพัดเข้ามาอยู่เสมอ ใครกระโจนเกาะคลื่นลูกใหม่ได้ชีวิตของธุรกิจก็จะยืนยาวและเติบโตต่อไป ธุรกิจไหนทำไม่ได้ยังเกาะกับคลื่นลูกเดิมๆ สุดท้ายก็ล้มหายตายจากไปอย่างถาวร

จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ  3 องค์ประกอบ  ได้แก่
1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่?
2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน
3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง
จะเป็นองค์กรแห่งอนาคต (Future Oraganization) ต้องทำอย่างไร? New

เรารู้กันแล้วว่า องค์กรจะเป็น Future Organization ที่อยู่รอดและสู้ความวุ่นวายจาก VUCA World ได้ ต้องมีคุณลักษณะ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. Identity ตัวตนขององค์กร ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เหมาะสมกับพนักงานและลูกค้าหรือไม่? 2. Agility วิธีการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต ความเร็ว ความคล่องตัวกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์ฏรเรามีมากแค่ไหน 3. Sclability องค์กรจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ นวัตกรรม โดยกล้าเปลี่ยนแปลง

The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม  พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน

The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ 
ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง
The Winning GamePlan เกมนี้องค์กรต้องชนะ

ในเกมธุรกิจ "ชัยชนะ" เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการเสมอ หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร เกิดจากแผนการเล่นที่เหมาะสม พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะผันผวนหรือมีวิกฤตแค่ไหน The Winning GamePlan คือ แผนการเล่นพิเศษ เพื่อช่วยให้บุคลากรขององค์กร ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ปรับตัวให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลง และปรับวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่ "ชัยชนะ" ในแบบที่องค์กรมุ่งหวัง

ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
ประชุมอย่างไร? ให้ไม่เป็นภาระของทีม New

การประชุมทีมงาน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน เพราะเป็นช่องทางให้ทีมงาน ทั้งผู้นำและผู้ตามได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และจัดการอุปสรรคที่ขวางทางไม่ให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย แล้วจะทำอย่างไร ให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

Happy New Year 2021 ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า
Happy New Year 2021

ในปีที่เราพบกับวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เราประสบปัญหามากมาย บ้างก็ผ่านมาได้ บ้างก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ Coach For Goal เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เพียงแต่เราจะค้นพบทางแก้นั้นเร็วหรือช้า

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง 
เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง  ทางธุรกิจเสมอ (Change)  ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)
เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง

เรื่องราวของ Kodak ถูกนำมาโพสผ่านหน้าสื่อต่างๆ อีกครั้ง . ผมจำได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีหลัง เรื่องราวของ Kodak มักถูกนำเสนอในแง่มุมของการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเสมอ (Change) ว่า Kodak เป็นสัญลักษณ์ ความเสื่อมถอย ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันจนตกยุค และหมดสภาพธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (พอๆกับโนเกีย)