THE 5 CHALLENGES

วันที่: 02 ก.พ. 2565 13:00:09     แก้ไข: 22 ก.พ. 2565 16:28:44     เปิดอ่าน: 507     Blogs
หลายๆบริษัทเคยคาดหวังว่าปี 2021 จะเป็นปีที่เราสามารถตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงได้และมีแนวโน้มที่จะกลับสู่ภาวะปกติในไม่ช้า  แต่ในปัจจุบันก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน ทุกธุรกิจทุกบริษัทและทุกๆพนักงานต่างก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนไม่แน่นอนซับซ้อนและคลุมเครือนี้ Long team plan แทบจะไม่ได้ใช้ พอๆกับ Vision ที่เปลี่ยนแปลงได้เป็นรายไตรมาส ในปี 2022 นี้ ก็ยังเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของสายพันธุ์โควิดใหม่ ๆ สงครามของ Talent ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พนักงานในสาขาที่ต้องการมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของ Hybrid Working ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถส่งมอบผลงานได้อย่างที่คาดหวัง จากการทำงานกับลูกค้าหลายๆบริษัทและการศึกษาวิเคราะห์เชิงลึกของ CFG เราพบว่า ความท้าทายในการทำธุรกิจในปี 2022 มีเรื่องหลักอยู่ 5 ด้าน ดังนี้

1. ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเชิงธุรกิจ (Unable to Achieve Business Target)
2. การขาดแคลนพนักงานในกลุ่ม Talent (Talent Crunch)
3. การทำงานแบบ Hybrid ทำให้ความร่วมมือในการทำงานน้อยลง (Hybrid work causes low collaboration )
4. หัวหน้าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป (No Leader Needed)
5. วิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป (Changing the way of work)

Unable to Achieve Business Target

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในสองปีที่ผ่านมาส่งผลให้การคาดการณ์ต่าง ๆ ทางธุรกิจเป็นไปได้ยากขึ้น ทั้งความต้องการของลูกค้า ตลาดที่เปลี่ยนไป การแข่งขันทั้งกับคู่แข่งทั้งในและนอกธุรกิจ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วจนแทบจะตามไม่ทัน จากปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ได้ลดทอนแประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรลงจนส่งกระทบต่อผลการดำเนินงาน บริษัทส่วนใหญ่ไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ซึ่งความท้าทายนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ในปีนั้นแต่อาจส่งผลต่อความอยู่รอดขององค์กรในระยะยาว



 

Talent Crunch

ในปี 2022 ปัญหาด้านการขาดTalents หรือ พนักงานที่มีความสามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Talent ที่มีความสามารถในการเรียนรู้ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีทักษะในด้านดิจิทัล หลายองค์กรมีแนวโน้มสูญเสีย talent ขององค์กรอันเนื่องมาจากความต้องการในตลาดแรงงานมีอยู่สูงมาก พนักงานในกลุ่มนี้มีการลาออกในอัตราที่สูง ในขณะเดียวกันองค์กรก็ไม่สามารถดึง Talent ในตลาดให้เข้ามาทำงานด้วยได้ และยังไม่สามารถพัฒนาพนักงานในปัจจุบันให้เป็น Talent ได้ทันใช้งาน



 

Hybrid work causes low collaboration

เกือบทุกองค์กรในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้วิธีการทำงานแบบ Hybrid Working ทำให้พนักงานไม่ได้เจอหน้าทีมงานหรือหัวหน้า ทุกคนต้องทำงานอย่าง independent ส่งผลให้ขาดความร่วมมือและปฏิสัมพันธ์กันในระหว่างทีมซึ่งเป็นพื้นฐานของมนุษย์ หลายครั้งพนักงานไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร การทำงานและการตัดสินใจขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลเป็นหลัก เป้าหมายส่วนตัวเด่นชัดกว่าเป้าหมายของทีม ซึ่งการสร้าง Collaboration ในยุคนี้ก็แตกต่างไปจากการทำงานร่วมกันเป็นทีมสมัยก่อน ดังนั้นความท้าทายด้าน Collaborate ในยุค Hybrid Working จึงกลายเป็นปัญหาอย่างหนึ่งขององค์กร


 

No Leader Needed

หัวหน้าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ปัญหาด้านภาวะผู้นำเป็นปัญหาพื้นฐานของทุกองค์กรตั้งแต่อดีดมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าวันนี้บริบทการทำงานของผู้นำได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บทบาทของหัวหน้าในฐานะผู้จัดการหรือผู้บังคับบัญชาไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ การตัดสินใจ การชี้แนะหรือชี้นำล้วนไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในการทำงานแบบ Hybrid working พนักงานทุกคนต้องเรียนรู้ด้วยตนเองและทำงานได้อย่าง Independent บทบาทใหม่ของผู้นำคือการ Facilitate ทีมงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการเน้นให้ทีมงานมีอิสระและความคล่องตัวในการทำงานมากที่สุด ทั้งนี้ การวางแผนร่วมกัน การจัดลำดับความสำคัญให้ทีม และการทำงานอย่างมีระบบยังคงต้องมีอยู่ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนจากการจัดการให้เป็นการ สนับสนุนเพื่อช่วยทีมทำงานให้สำเร็จ

 

Changing the way of work

วิกฤตโควิด 19 นำมาซึ่งการปรับตัวต่อการทำงานแบบใหม่ skill ใหม่ๆ หรืออาชีพใหม่ๆ สิ่งนี้เป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นกับพนักงานทุกระดับ โลกที่เปลี่ยนเร็วส่งผลกระทบต่อทั้งวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ รวมถึงกระบวนการทำงานในองค์กร แม้ว่ายุคนี้ ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือ พนักงานสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วและมีประสิทธิภาพเพียงพอในการผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าหรือไม่ เราจึงเห็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างคนทำงานที่ปรับตัวต่อสถานการณ์ได้ดีและคนที่ยังปรับตัวไม่ได้

คนกลุ่มที่ปรับตัวได้ก็จะมีความสุขกับวิถีการทำงานแบบใหม่ แต่บางคนที่ปรับตัวไม่ได้ว่าเส้นแบ่งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวอยู่ตรงไหน ก็อาจเกิดภาวะเครียด หมดไฟ และหมดใจ ในการทำงานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติและความสามารถของพนักงานเป็นสำคัญ

 

COACH FOR GOAL SOLUTIONS

จากความท้าทายทั้ง 5 ประเด็นที่เกิดขึ้นในปี 2021 ทาง Coach For Goal ได้วิเคราะห์และศึกษาแนวทางแก้ไขในแต่ละประเด็น เพื่อสามารถแก้ไขได้ตรงสาเหตุของปัญหามากที่สุด โดยได้ปรับให้เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนให้ทุกองค์กรสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างสำเร็จจนส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่

  1. Increase Business Performance   (Read more)
  2. Develop & Engage Talents   (Read more)
  3. Create Team Collaboration   (Read more)
  4. Develop New Dimension of Leadership   (Read more)
  5. Plant the Change Mindset   (Read more)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Quote For Goal คำคมสำหรับผู้นำ รวมวาทะคำคมสำหรับผู้นำ เพื่อจุดประกายความคิด และเป็นแนวทางการบริหารคนและงาน ให้สำเร็จตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
Quote For Goal คำคมสำหรับผู้นำ New

รวมวาทะคำคมสำหรับผู้นำ เพื่อจุดประกายความคิด และเป็นแนวทางการบริหารคนและงาน ให้สำเร็จตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

People Strategy Through The Recession Free Presentation Download: งาน Webinar "People Strategy Through The Recession"  วิกฤตหนนี้ องค์กรควรลงทุน เพื่อสร้างความอยู่รอดและโอกาสที่ยั่งยืน" เพียงแต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องพิจารณา คือ "กลยุทธ์ในการพัฒนาคน" ควรจะเป็นแบบใด จึงจะเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และ ได้ผลลัพธ์ในทางธุรกิจอย่างที่องค์กรต้องการจริงๆ
People Strategy Through The Recession New

Free Presentation Download: งาน Webinar "People Strategy Through The Recession" วิกฤตหนนี้ องค์กรควรลงทุน เพื่อสร้างความอยู่รอดและโอกาสที่ยั่งยืน" เพียงแต่สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องพิจารณา คือ "กลยุทธ์ในการพัฒนาคน" ควรจะเป็นแบบใด จึงจะเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และ ได้ผลลัพธ์ในทางธุรกิจอย่างที่องค์กรต้องการจริงๆ

โมเดล 70:20:10 การพัฒนาคนที่องค์กรยุคใหม่ต้องนำไปใช้ แนวทางการพัฒนาของบริษัทชั้นนำในยุคนี้ ส่วนใหญ่จะใช้แนวทางตามโมเดล 70:20:10 ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Coca-Cola ฯลฯ
ตัวเลขที่ว่า ก็คือ สัดส่วนของแนวทางการพัฒนาพนักงานที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และส่งผลลัพธ์ในงาน โดยรายละเอียดมีดังนี้
โมเดล 70:20:10 การพัฒนาคนที่องค์กรยุคใหม่ต้องนำไปใช้

แนวทางการพัฒนาของบริษัทชั้นนำในยุคนี้ ส่วนใหญ่จะใช้แนวทางตามโมเดล 70:20:10 ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Coca-Cola ฯลฯ ตัวเลขที่ว่า ก็คือ สัดส่วนของแนวทางการพัฒนาพนักงานที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และส่งผลลัพธ์ในงาน โดยรายละเอียดมีดังนี้

Thailand RESET, Business RESTART เช็คความพร้อมทีมงาน เพื่อสร้าง Results ให้องค์กร ประเทศไทยได้ Reset กฎระเบียบต่างๆ ช่วงโควิด-19 ให้กลับมาเป็นสถานการณ์ปกติ สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ คือ Restart ตัวเอง หัวหน้าต้องพาทีม พุ่งทะยาน ไปสร้าง Results หรือ ผลลัพธ์ในธุรกิจให้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แต่ทีมของคุณพร้อมแล้วหรือยัง ลองเช็คความพร้อมจากคำถามเหล่านี้
Thailand RESET, Business RESTART เช็คความพร้อมทีมงาน เพื่อสร้าง Results ให้องค์กร

ประเทศไทยได้ Reset กฎระเบียบต่างๆ ช่วงโควิด-19 ให้กลับมาเป็นสถานการณ์ปกติ สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ คือ Restart ตัวเอง หัวหน้าต้องพาทีม พุ่งทะยาน ไปสร้าง Results หรือ ผลลัพธ์ในธุรกิจให้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แต่ทีมของคุณพร้อมแล้วหรือยัง ลองเช็คความพร้อมจากคำถามเหล่านี้

ประเมินผลการพัฒนาคนอย่างไร? ให้ได้ Results ที่องค์กรต้องการ เสียงบพัฒนาคนไปแล้ว บริษัทจะได้อะไรกลับมาบ้าง?" เจอคำถามนี้ จะต้องตอบอย่างไร? เพื่อให้ตอบคำถามนี้ และวัดผลการอบรมได้ Model ของ Kirkpatrick จึงถูกนำมาใช้ เพื่อดูว่า โครงการพัฒนาคนนั้น สร้างผลลัพธ์ระดับใดบ้าง
ประเมินผลการพัฒนาคนอย่างไร? ให้ได้ Results ที่องค์กรต้องการ New

เสียงบพัฒนาคนไปแล้ว บริษัทจะได้อะไรกลับมาบ้าง?" เจอคำถามนี้ จะต้องตอบอย่างไร? เพื่อให้ตอบคำถามนี้ และวัดผลการอบรมได้ Model ของ Kirkpatrick จึงถูกนำมาใช้ เพื่อดูว่า โครงการพัฒนาคนนั้น สร้างผลลัพธ์ระดับใดบ้าง

5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้
5 คำถามวัดนิสัย ดูว่าคุณใกล้เป็น หัวหน้า Micromangement หรือยัง? New

การทำงานแบบ Hybrid Working หัวหน้าหลายคนอาจต้องการให้ทีมมี Productivity ไม่น้อยกว่าช่วงทำงานออฟฟิศ แต่การ monitor ที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้เกิด Productivity อาจทำให้ทีมงานรู้สึกว่า หัวหน้าจู้จี้ หรือเป็น Micromanagement Boss มากกว่าเดิม ถ้าคุณอยู่ในบทบาทหัวหน้า มาลองสังเกตตัวเองกันว่า เราเข้าใกล้การเป็น Micromanagement Boss กันแล้วหรือยังจากคำถามเหล่านี้